
เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุเรือล่มอ่าวพัทยา
เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มที่อ่าวพัทยา ขณะที่ทีมประดาน้ำตรวจซากเรือใต้น้ำแต่ไม่พบศพ
เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มที่อ่าวพัทยา ขณะที่ทีมประดาน้ำตรวจซากเรือใต้น้ำแต่ไม่พบศพ
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำกองทัพเรือและชุดประดาน้ำมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยายกเลิกค้นหาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือโดยสารของ บริษัทเกาะล้านทราเวล ล่มลงบริเวณกลางอ่าวพัทยา หน้าหาดนวล หมู่ 7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เนื่องจากไม่พบศพผู้เสีย ชีวิตติดค้างอยู่ภายในแต่อย่างใด มีเพียงทรัพย์สินของผู้โดยสารที่กองสุมอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงกระจายกำลังในการค้นหาพื้นที่ใกล้เคียงและบริเวณโดยรอบต่อไป
ขณะที่นายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเรือโดยสาร ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและหารือเกี่ยวกับมาตรการการป้องกันเหตุทางทะเล
นายศรศักดิ์ กล่าวว่า จากการรับรายงานพบว่าน่าจะเกิดจากมาตรฐานการให้บริการของเรือที่ขาดคุณภาพ ซึ่งกรณีเหล่านี้ผู้ประกอบการต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างจริงจังด้วย จะปล่อยให้รัฐทำงานแต่ลำพังฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาทางภาครัฐเองเน้นหนักไปที่เรือเร็วเป็นหลัก ทั้ง สปีดโบ๊ต เรือลากร่ม และเจ๊ตสกี โดยไม่ได้เข้าไปควบคุมในเรื่องของเรือโดยสารขนาดใหญ่มากนักจึงเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งจากนี้คงต้องประชุมร่วมผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนต่อไป
นายคมสัน กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้คงจตะอาศัยความร่วม มือจากผู้ประกอบการไม่ได้ เนื่องจากทุกครั้งจะมีการวิงวอนขอให้อยู่ในกรอบและกฎกติกาทุกครั้ง แต่ก็พบว่ายังคงฝ่าฝืนโดยตลอด ดังนั้นจึงต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เด็ดขาดเข้ามาจัดการแก้ไข โดยเจ้าท่าเองต้องมีบทบาทสำคัญในการเข้ามากำกับดูแลและใส่ใจอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าท่ามีปัญหาเรื่องบุคลากรการถ่ายโอนอำนาจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ เพื่อให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจ สอบและป้องกันปัญหาคงจะปล่อยปละละเลยต่อไปไม่ได้เหมือนอดีต ขณะที่เมืองพัทยาเองต้องจัดบุคลา กรและอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกและสนับสนุนในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังเหตุทางทะเลอย่างรอบคอบในพื้นที่เกาะล้านด้วย
นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นปัญหาซ้ำซาก และรุนแรงทั้งด้านความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เรื่องนี้มีการพูดคุยมาหลายครั้งในระดับผู้บริหารหลังเกิดเหตุขึ้นในหลายครั้งก่อน โดยเฉพาะเรื่องขอเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ไม่มีการตรวจสอบเรื่องปริมาณของผู้โดยสารและการสวมเสื้อชูชีพ แต่ก็ขาดความใส่ใจจากผู้เกี่ยวข้องจนสุดท้ายก็เกิดความสูญเสียขึ้นอีก กรณีนี้คงจะไปโทษแต่เพียงผู้ประกอบการที่มีความละโมภแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงคงจะเป็นภาครัฐเองที่ละเลยในแง่ของการควบคุมการปฏิบัติซึ่งมีอำนาจโดยตรงในการตรวจสอบแต่กลับไม่ดำเนินการ







