posttoday
"วุฒิสภา" ไม่คว่ำนิรโทษรับไว้ก่อนแก้ทีหลัง

"วุฒิสภา" ไม่คว่ำนิรโทษรับไว้ก่อนแก้ทีหลัง

04 พฤศจิกายน 2556

เหนือกว่าคำว่า “สุดซอย” ไปแล้วสำหรับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

เหนือกว่าคำว่า “สุดซอย” ไปแล้วสำหรับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน

ไม่มีใครคาดคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะใช้เวลาเพียงประมาณ 19 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 31 ต.ค. ถึงเวลา 04.30 น. ของวันที่ 1 พ.ย. เห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้ง 7 มาตรา

เดิมที “อำนวย คลังผา” ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันต่อสาธารณชนว่าจะใช้เวลาการพิจารณา 2 วัน และไปลงมติในวันที่ 2 พ.ย. แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป สัญญาไม่เป็นสัญญา จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทย รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกโจมตีรุนแรงขนาดนี้

เหตุผลหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยตัดสินเล่นเกมเร็ว มาจากประเมินสถานการณ์ภายนอกสภาอย่างการชุมนุมของ “ม็อบเสื้อฟ้า” ซึ่งจัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีแรงมากพอที่จะสร้างเงื่อนไขได้

สู้ใช้เสียงข้างมากเผด็จศึกฝ่ายค้านด้วยการปิดอภิปรายและลงมติทีละมาตราและเห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งฉบับในตอนท้ายน่าจะเป็นผลดีในทางการเมืองแก่พรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะถึงอย่างไรปลายของ “มหากาพย์นิรโทษกรรม” ต้องวัดดวงกันที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี

จึงประเมินว่าการรวบรัดปิดจ๊อบนิรโทษกรรมและโยนให้ “วุฒิสภา” รับเผือกร้อน คือ การเอาตัวรอดที่ดีที่สุดในจังหวะนี้ อย่างน้อยพรรคเพื่อไทยก็อ้างได้ว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว เพราะเป็นเรื่องของวุฒิสภา

ขั้นตอนในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ของวุฒิสภาตามมาตรา 142 ถึงมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตราร่าง พ.ร.บ.กำหนดให้วุฒิสภาต้องพิจารณาเป็น 3 วาระ ตั้งแต่รับหลักการ ลงมติรายมาตรา และลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ทั้งฉบับ เช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่วุฒิสภาจะต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน

ด้านสภาพทางการเมืองในวุฒิสภาในเวลานี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนับตั้งแต่เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว.ได้เกิดสภาพแตกออกมาเป็นสองขั้วชัดเจนระหว่าง “กลุ่ม 40 สว.” กับ “สว.เลือกตั้ง” ทว่าเสียง สว.ต่อการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเวลานี้ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 ฝ่ายสนับสนุน เป็น สว.เลือกตั้งผู้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6070 เสียง เพราะเห็นว่าหากจะนิรโทษกรรมก็ควรครอบคลุมทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

กลุ่มที่ 2 ฝ่ายต่อต้าน อยู่ในกลุ่ม 40 สว. ประมาณตัวเลขเสียงของ สว.ที่พร้อมจะคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรมอยู่ที่ 3040 คน เนื่องจากเชื่อว่าต่อให้วุฒิสภารับมาพิจารณาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความในกฎหมายได้

กลุ่มที่ 3 รับไว้ก่อนเพื่อแก้ไข มีอยู่ประมาณ 3040 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม สว.ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมแบบสุดซอย แต่มองว่าควรกลับไปใช้กฎหมายนิรโทษกรรมเวอร์ชั่นของ “วรชัย เหมะ” สส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ

ดูจากโครงสร้างวุฒิสภาในขณะนี้ แน่นอนว่าการประชุมในวาระที่ 1 ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นวันที่ 8 พ.ย. หรือ 11 พ.ย. น่าจะผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ภายใต้เหตุผลว่าการร่วมกับกลุ่ม 40 สว. เพื่อลงมติล้มร่างกฎหมายนิรโทษกรรมตั้งแต่วาระที่ 1 เป็นการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

เหตุที่การโหวตคว่ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไร้ประโยชน์ เพราะถ้าในวาระที่ 1 วุฒิสภามีมติไม่รับไว้พิจารณา รัฐธรรมนูญระบุให้วุฒิสภาต้องส่งร่างกฎหมายที่ไม่เห็นด้วยคืนสภา และเมื่อครบกำหนด 180 วันนับตั้งแต่วันที่สภาได้รับร่าง พ.ร.บ.คืนมาก็สามารถเรียกประชุมได้ทันที

การประชุมสภาในบริบทนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากหากมีมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 250 เสียงจาก สส.ทั้งหมด 500 คน เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเมื่อไหร่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 20 วัน ตามมาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญได้เมื่อนั้น

คะแนนเพียง 250 เสียงไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงของพรรคเพื่อไทย เพราะตัวเองมีเสียงอยู่ในมือถึง 310 เสียงอยู่แล้วจากการเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระที่ 3 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้วยปัจจัยเหล่านี้การโหวตรับไปก่อนเพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมาธิการวิสามัญในวุฒิสภา จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ที่สำคัญอย่าลืมว่าวุฒิสภามีอำนาจในการแก้ไขถ้อยคำในร่าง พ.ร.บ.ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนถึงตัวสุดท้าย ไม่เหมือนกับว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่รัฐธรรมนูญขีดเส้นให้วุฒิสภามีหน้าที่แค่ลงมติว่าจะเห็นชอบกับสิ่งที่สภาเสนอมาหรือไม่เท่านั้น โดยไม่สามารถปรับแก้ข้อความตรงไหนได้แม้แต่ตัวอักษรเดียว

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่วุฒิสภาอาจจะแก้ไขให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถอยกลับมาอยู่ที่ต้นซอยเพื่อช่วยเหลือเฉพาะมวลชนสีเสื้อ เพราะเห็นว่าเป็นการสร้างความขัดแย้งที่รุนแรง ประกอบกับวุฒิสภาในยุค “นิคม ไวยรัชพานิช” เป็นประธาน ไม่อยากเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีส่วนต่อการทำให้การเมืองเกิดความรุนแรง หลังจากเจอกระแสถล่มมาแล้วเมื่อครั้งการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.

แม้ด้านหนึ่งเสียงข้างมากของวุฒิสภาจะเป็นฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็จริง แต่ที่ผ่านมามีหลายครั้งที่วุฒิสภาได้ใช้อำนาจแก้ไขกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้ามา

ดังจะเห็นได้จากกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ได้แก้ไขให้เงินกู้ถือเป็น “เงินคงคลัง” ที่ต้องเข้าคลังจากเดิมที่ไม่ให้เป็นเงินคงคลัง และกำลังมีแนวโน้มว่าที่ประชุมวุฒิสภาจะเห็นชอบตามนี้ด้วย

เพราะฉะนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่จะถูกวุฒิสภารื้อในหลายประเด็นเช่นกัน ส่วนสภาภายใต้เสียงข้างมากของรัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ คงต้องไปวัดใจกันในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท