posttoday
กรรมตามทันกฎหมายตามไม่ทัน

กรรมตามทันกฎหมายตามไม่ทัน

04 พฤศจิกายน 2556

ในระหว่างที่เรากำลังมะรุมมะตุ้มกันเรื่องนิรโทษกรรมนี้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “ไม่รู้จะเหนื่อยนิรโทษกันทำไม เมืองไทยนี้ หลบๆ ไป สักพักเดี๋ยวก็หมดอายุความแล้ว”

ในระหว่างที่เรากำลังมะรุมมะตุ้มกันเรื่องนิรโทษกรรมนี้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “ไม่รู้จะเหนื่อยนิรโทษกันทำไม เมืองไทยนี้ หลบๆ ไป สักพักเดี๋ยวก็หมดอายุความแล้ว”

ฟังแล้วก็ใจหายวาบทีเดียว และยิ่งวาบขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยิ่งนึกออกว่ามีคดีโกงมืดฟ้ามัวดินอะไรบ้าง (ตั้งแต่คดีคอร์รัปชั่นไปจนกระทั่งคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) ที่เรานึกว่าตำรวจหรือทางการคงจัดการเอาคนผิดเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้วเรื่องมันจึงเงียบไป แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าในความเงียบนั้น คดีต่างๆ พากันหมดอายุความหรือจวนจะหมด กว่าจะรู้ตัวอีกทีจำเลยก็คงเดินใช้เงินที่(อาจจะ)โกงกันไปเฉิบเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดี ปรส.เอย หรือคดีหุ้นชินฯ เอย ฯลฯ

ต้องเรียกว่าการปล่อยให้หมดอายุความนี่ “เซต ซีโร่”ได้ขลังเสียยิ่งกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอีก เพราะล้างผิดให้กับคนทุกสีทุกพรรค อีกทั้งได้ผลมานาน และก็ทำท่าจะได้ผลต่อไป โดยคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะมาคัดค้านอะไร

ความจริงเรื่องนี้หากจะโทษเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าตำรวจ ป.ป.ช. หรืออัยการว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพหรือแกล้งเตะถ่วง ก็คงไม่ผิด แต่โทษไปแล้วก็ไม่รู้จะช่วยให้อะไรดีขึ้นบ้าง เพราะคนก็ยังเป็นคนอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เปลี่ยนดีขึ้นได้ เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปรไปได้อีก อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องหนึ่งที่เราโทษได้ และก็น่าจะทำให้ดีขึ้นได้โดยถาวรก็คือเรื่องอายุความคดีทุจริตคอร์รัปชั่น

ทุกวันนี้ในเมืองไทยคดีคอร์รัปชั่นถือเป็นความผิดอาญา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอายุความมากน้อยตามระวางโทษของฐานความผิด โดยฐานความผิดไหนมีโทษจำคุกนานก็ยิ่งมีอายุความยาว แต่เอาเป็นว่าสูงสุดก็คืออายุความยี่สิบปี นับแต่วันกระทำความผิด ดังนั้น ถ้าระหว่างนี้จำเลยรักษาตัวอย่าให้โดนจับเสียได้ เช่น หลบไปใช้เงินที่โกงมาอยู่เมืองนอกสักสิบยี่สิบปี ก็เป็นอันว่าพ้นผิด กลับมาเดินถนนได้อย่างสง่าผ่าเผย เผลอๆ ตำรวจตะเบ๊ะให้อีกต่างหาก

ถามว่าทำไมกฎหมายจึงเปิดช่องให้จำเลยใช้กระบวนการยุติธรรมฟอกตัวเองให้พ้นผิดอย่างนี้ได้ ก็ตอบได้ว่าในทางทฤษฎีกฎหมาย เขากำหนดให้มีอายุความก็เพื่อรักษาความเป็นธรรม เพราะเห็นว่าหากเวลาผ่านไปเป็นสิบๆ ปีกว่าจะมีการฟ้อง จำเลยคงสู้คดีได้ยาก เพราะไม่รู้จะไปตามหาพยานหลักฐานหรือความจำมาจากไหน พอดีพอร้ายทำถูกแต่ตอบผิด จำเลยก็จะติดคุกฟรีเอาได้ง่ายๆ อย่าว่าแต่เวลาผ่านไปนานขนาดนั้น ความเสียหายอะไรที่จำเลยทำไว้ก็คงจะละลายไปกับกาลเวลาบ้างแล้ว จึงป่วยการที่จะมาฟื้นฝอยหาตะเข็บ

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การมีอายุความถือเป็นมาตรการประหยัดทรัพยากรของรัฐ โดยโละเรื่องที่เก่าแก่นานนมจนไม่น่ามีโอกาสชนะคดีออกไปจากสารบบ เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าตำรวจ อัยการ หรือศาล จะได้มาทุ่มเทกับคดีที่ “กลิ่นยังใหม่” พอที่จะตามเรื่องได้สำเร็จมากกว่า กล่าวคือคดีที่ยังไม่หมดอายุความนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ไม่เหมาะกับคดีคอร์รัปชั่น เพราะโดยธรรมชาติคอร์รัปชั่นเป็นคดีที่ประเทศเสีย ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งเสีย ดังนั้นจึงมักไม่มีเจ้าทุกข์ที่จะเอาธุระติดตามเรื่อง คนที่สมรู้ร่วมคิดกันคอร์รัปชั่นส่วนใหญ่ก็มักจะไม่แตกคอกันอีก จึงเป็นการยากที่เรื่องคอร์รัปชั่นจะแดงขึ้นมา เว้นแต่จะรู้ไปถึงบุคคลที่สาม ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น อายุความก็อาจหมดหรือจวนจะหมดเต็มทีแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ธรรมชาติอีกอย่างของคอร์รัปชั่นก็คือเป็นเรื่องล่องหน ไม่มีคราบเลือด ไม่มีเขม่าดินปืน และที่แน่ๆ ก็คือไม่มีใบเสร็จ ดังนั้นตำรวจต้องใช้เวลาตะลุยระเบียบพิธีการและเอกสารต่างๆ กว่าจะตามเรื่องได้แต่ละเปลาะๆ ไหนยังอาจจะมีปัญหาขาดงบ ขาดคนอีก ความล่าช้าของคดีคอร์รัปชั่น บางครั้งจึงเป็นไปโดยสภาพของมันที่เร็วกว่านั้นไม่ได้อยู่เอง ยิ่งคดีไหนที่ต้องมีเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ อย่างส่งผู้ร้ายข้ามแดน ยิ่งเป็นเรื่องที่หมดทางจะเร่งอะไรได้

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือคดีคอร์รัปชั่นส่วนใหญ่นั้น มักทำลายความเจริญของประเทศได้เป็นยาวนานเป็นชั่วอายุคน ไม่ใช่ความเสียหายที่เวลาสิบปียี่สิบปีจะล้างให้หมดไปได้อย่างคดีลักเล็กขโมยน้อยอื่นๆ การกำหนดให้คดีคอร์รัปชั่นมีอายุความ จึงเป็นเรื่องที่ทั้งไม่เอื้อต่อการปราบปรามคอร์รัปชั่นและไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

องค์การ Transparency International เคยทำการศึกษาถึงผลกระทบของอายุความต่อการปราบปรามคอร์รัปชั่นแล้วได้ข้อเสนอสำหรับการปรับปรุงเรื่องนี้หลายประการ เช่น ถ้ายังต้องการให้มีอายุความคดีคอร์รัปชั่นอยู่ ก็ควรกำหนดให้อายุความสะดุดหยุดอยู่เวลามีเหตุที่ทำให้การดำเนินคดีต้องล่าช้าทั้งหลาย (เช่น รอการส่งผู้ร้ายข้ามแดน) หรือไม่เช่นนั้นก็ออกกฎหมายให้การคอร์รัปชั่นมีอายุความยาวหรือแม้กระทั่งไม่มีอายุความไปเลย อย่างที่เมืองไทยก็เคยมีการเสนอมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่บัดนี้ก็เงียบไปแล้ว

อีกมาตรการหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือการให้มีการบันทึกและเปิดเผยข้อมูลว่ามีคดีคอร์รัปชั่นที่หลุดรอดไปได้เพราะหมดอายุความกี่คดี ในขั้นตอนไหน ด้วยเหตุอะไร เพราะสิ่งนี้จะทำให้เห็นเลยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลในระบบ โดยจะบอกว่าเป็นเรื่องหยุมหยิมไม่ได้ เพราะในรายงานได้ยกกรณีศึกษาของโปรตุเกสมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ในช่วงระหว่างปี 2004-2008 โปรตุเกสจะมีคดีขาดอายุความแค่ไม่ถึงร้อยละ 0.5 แต่ปรากฏว่าคดีที่หมดอายุความเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นคดีคอร์รัปชั่นมโหฬารทั้งสิ้น ดังนั้น หากไม่มีการเก็บข้อมูลเหล่านี้ เรื่องลักไก่หมดอายุความ ก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยสังคมไม่มีโอกาสตรวจสอบเลย

ในทางตรงกันข้าม ถ้ามาตรการทั้งหลายที่กล่าวมาถูกนำไปใช้จริง จำนวนคดีที่หลุดรอดเพราะอายุความก็จะน่าจะลดน้อยลงจนถึงกับหมดไปได้

เมืองไทยเราได้แต่หวังให้กรรมตามทันคนโกงอย่างเดียวมานานแล้ว ต่อไปนี้ก็จะได้พอมีหวังให้กฎหมายตามทันบ้างเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท