posttoday
ตัดสินออกหัว-ก้อย ไทย-กัมพูชา ก็ยัง "เปราะบาง"

ตัดสินออกหัว-ก้อย ไทย-กัมพูชา ก็ยัง "เปราะบาง"

04 พฤศจิกายน 2556

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้น เมื่อเข้าใกล้วันที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) จะชี้ขาดคดีพื้นที่ทับซ้อนรอบ “ปราสาทพระวิหาร” นั่นก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศคู่กรณีในคดี จะเป็นอย่างไรต่อไป และชายแดนไทยกัมพูชา ความยาว 803 กิโลเมตร จะยังเป็นปกติสุขอยู่หรือไม่ หากศาลโลกตัดสินคดีเป็นคุณเป็นโทษกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ความสัมพันธ์หน้าฉากที่ดูเหมือนจะดีระหว่างไทยและกัมพูชานั้น แท้จริงมีความตึงเครียดแอบแฝงอยู่ สังเกตได้ชัดเจนเมื่อวันที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ แถลงร่วมกับ ฮอร์นัมฮง รมว.ต่างประเทศของกัมพูชา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ จ.สระแก้ว กัมพูชาก็ยังคงยืนยันชัดเจนว่าฝ่ายไทยเป็นผู้บุกรุก ขณะเดียวกันฝ่ายกองทัพทั้งสองประเทศก็ยังวิตกว่าจะเกิดการปะทะขึ้นอยู่ตลอดเวลา สังเกตได้จากการวางกำลังและขยับกำลังทหารในช่วงก่อนศาลโลกตัดสิน

ปณิธาน วิเคราะห์ให้ฟังว่า ไม่ว่าศาลจะตัดสินรูปแบบใด ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศจะซับซ้อนมากขึ้น หากกัมพูชาได้เปรียบ รัฐบาลไทยก็จะเจอแรงกดดันภายในประเทศว่า รัฐบาลบริหารงานทำให้เสียดินแดน ทำให้ต้องแสดงออกถึงความพยายามรักษาอธิปไตย ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าบทบาทของรัฐบาลไทยย่อมเผชิญหน้ากับรัฐบาลกัมพูชา แม้จะมีการตกลงระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการแถลงร่วมกันแล้วว่าจะลดการเผชิญหน้าก็ตาม

“ในทางกลับกัน หากศาลตัดสินให้กัมพูชาต้องออกจากพื้นที่ แน่นอนว่ากัมพูชาจะไม่พอใจอย่างแน่นอน เนื่องจากกัมพูชามีท่าทีที่แข็งกร้าวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าไทยเป็นฝ่ายผิดที่รุกรานก่อน และเมื่อศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทั้งสองฝ่ายถอนทหารออกจากพื้นที่ ก็สังเกตได้ชัดว่ากัมพูชาเองไม่ยอมถอนทหารออกจากพื้นที่” ปณิธาน ระบุ

ส่วนความไปได้ที่ว่าศาลจะ “ไม่รับตัดสิน” ปณิธาน มองว่ากัมพูชาก็คงไม่พอใจเช่นกัน เนื่องจากเป็นผู้ร้องต่อศาล ซึ่งรัฐบาลไทยคงพยายามชักจูง แต่ดูท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาขณะนี้คงเป็นไปได้ยากที่จะยอมรับคำตัดสินของศาลโลก โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรตามมา อย่างไรก็ตาม คำตัดสินที่จะเป็นผลดีกับความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นการบริหารจัดการร่วมกัน ซึ่งคนไทยอาจไม่พอใจ แต่ในระดับรัฐบาลแล้วเชื่อว่าจะสามารถตกลงกันได้

ขณะที่ สุรชัย ศิริไกร อาจารย์ประจำสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นห่วงความขัดแย้งภายในประเทศไทยมากกว่า โดยเฉพาะหากศาลโลกระบุว่าไทยเป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตย ภาระหนักจะตกกับรัฐบาลที่จะถูกรุมประณามว่าบริหารนโยบายผิดพลาด ทำให้เสียดินแดน และกลุ่มนี้เองก็คัดค้านการให้กัมพูชายื่นศาลโลกตีความอยู่แล้ว ผนวกกับปัญหาการเมืองภายในประเทศอย่างการคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้ว จะทำให้ปัญหาบานปลายใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆ

“ท่าทีที่เห็นชัดขณะนี้ก็คือ ทั้งสองรัฐบาลพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าประเทศไม่ได้มีรัฐบาลอย่างเดียว ยังมีฝ่ายค้านและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจำนวนมาก ถ้าผลลบเกิดขึ้นกับฝ่ายไทยหรือฝ่ายกัมพูชา คนที่คัดค้านจะมีปฏิกิริยาบางอย่างออกมาแน่นอน จะมีการเดินขบวนต่อต้านและเป็นปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้” สุรชัย วิเคราะห์

ทั้งนี้ สุรชัย ยังเห็นว่าข้อต่อสู้และหลักฐานที่ไทยนำไปสู้คดีนั้นมีความได้เปรียบกัมพูชาอยู่มาก ซึ่งในทางการทูตหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ทางออกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ก็คือ การจดทะเบียนเพื่อบริหารพื้นที่ดังกล่าวร่วมกัน แต่ก็ยังคงต้องถกเถียงกันอีกมากว่าจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งก่อนจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 การบริหารจัดการดินแดนที่ทับซ้อนกันนั้น จะเป็นข้อท้าทายหนึ่งว่า ผู้นำของคู่ขัดแย้งสามารถบริหารจัดการโดยสันติได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท