
"มาร์ค"สั่งสกัดเข้มแดงป่วน!
นายกรัฐมนตรี แถลง ยืนยันรัฐบาลไม่เพิกเฉยแดงบุกรพ.จุฬาฯ เตรียมเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นคนเข้าร่วมชุมนุม-เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่ ลั่นยึดวิภาวดีโมเดล จัดการเด็ดขาดม็อบเคลื่อนคุกคามประชาชนนอกพื้นที่
นายกรัฐมนตรี แถลง ยืนยันรัฐบาลไม่เพิกเฉยแดงบุกรพ.จุฬาฯ เตรียมเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นคนเข้าร่วมชุมนุม-เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่ ลั่นยึดวิภาวดีโมเดล จัดการเด็ดขาดม็อบเคลื่อนคุกคามประชาชนนอกพื้นที่
เมื่อเวลา 12.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเหตุการณ์ที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) บุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯและการสลายผู้ชุมนุม นปช.ที่ดอนเมืองเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ผ่านทางโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า จากสองเหตุการณ์นั้น ทราบดีว่าพี่น้องประชาชนมีความรู้สึกวิตกกังวล หวาดกลัวและมีความรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้มีคำถามเข้ามามากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็ดี ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็ดีหรือหน่วยงานราชการต่างๆนั้นกำลังทำอะไรอยู่ จึงเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นได้ ขอถือโอกาสนี้ในการบอกกล่าวให้พี่น้องประชาชนได้ทราบที่มาที่ไปของการ ปฏิบัติและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งสองรวมถึงการแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ในขณะนี้นั้นเป็นอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นที่ดอนเมืองอยากขอเรียนว่าก่อนหน้านั้นได้เกิด ปัญหาที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ดำเนินการตั้งด่าน ข่มขู่ คุกคาม สร้างความปั่นปวน สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนนอกพื้นที่การชุมนุมค่อนข้างจะมาก หากรัฐบาลปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นให้ดำรงต่อไปก็จะเกิดปัญหาทั้งความไร้ระเบียบในสังคม ที่สำคัญจะทำให้เกิดความเหิมเกริมในหมู่ของผู้ชุมนุมและผู้ปฏิบัติผิดกฎหมาย ดังนั้นศอฉ.จึงได้มีนโยบายและคำสั่งอย่างเด็ดขาดจะไม่ให้มีการดำเนินการใน ลักษณะขุมขู่ คุกคาม หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ ชุมนุม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้นทางผู้ชุมนุมได้ตัดสินใจที่จะเคลื่อนขบวนออกมาจากราช ประสงค์และระดมคนจากที่อื่นเพื่อมุ่งหน้าไปที่ตลาดไท ซึ่งเป็นนโยบบายของรัฐบาลและ ศอฉ.ว่า จะไม่ให้มีการดำเนินการเช่นนั้นโดยเด็ดขาด นั่นคือที่มาของการที่เจ้าที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปสกัดกั้น นำไปสู่การปะทะการต่อสู้ ยืนยันว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐได้ปฏิบัติตามแนวทางนโยบายที่เป็นหลักสากล ที่เคยเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบมาโดยตลอด ในที่สุดเหตุการณ์และสถานการณ์นั้นสามารถคลี่คลายไปได้ ผู้ชุมนุมต้องเคลื่อนย้ายกลับไปชุมนุมที่ราชประสงค์ แต่เป็นเรื่องน่าเสียใจว่าเกิดความสูญเสียขึ้น ซึ่งทราบดีว่าทุกครั้งที่มีปฏิบัติการเช่นนี้หรือการปะทะเช่นนี้ก็มีความ เสี่ยงต่อการที่จะเกิดความสูญเสีย ซึ่งกำลังมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อให้ได้ความกระจ่างชัด ว่าความสูญเสียนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ สิ่งที่จะขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนคือรัฐบาลและ ศอฉ.ยังมีนโยบายอย่างชัดเจนเด็ดขาดว่าจะไม่ให้มีการดำเนินการในการที่จะไป ข่มขู่ คุกคามพี่น้องประชาชน ตามพื้นที่ต่างๆและจะต้องดำเนินการตามความจำเหป็นสมควรแก่เหตุ เพื่อที่จะระงับเหตุต่างๆ อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อนุสรณ์สถานและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ขอย้ำว่าได้ดำเนินการด้วยความมั่นคง แน่วแน่ และยืนยันที่จะต้องปฏิบัติการเช่นนั้นอีก หากมีกรณีที่มีความจำเป็น” นายกฯ กล่าว
ส่วนกรณี ของโรงพยาบาลจุฬาฯนั้น เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างมาก ขอเรียนว่ารัฐบาลและศอฉ.มีความห่วงใยต่อพื้นที่ในบริเวณโรงพยาบาลจุฬาฯอย่าง ต่อเนื่อง ก่อนหน้าที่จะมีเหตุการณ์ค่ำวานนี้ (29 เม.ย.) ได้มีการหารือกับทางผู้บริหารของโรงพยาบาลมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งความห่วงใยของรัฐบาลว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการให้การคุ้มกันทางโรง พยาบาล การหารือกับผู้บริ หารโพยาบาลนั้นทาง ผอ.โรงพยาบาลและผู้บริหารของโรงพยาบาลได้ตัดสินใจไม่ประสงค์ที่จะให้ทางเจ้า หน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าไปในพื้นที่ของโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาใจได้เพราะโดยหลักสากลแล้วพื้นที่โรงพยบาลนั้นต้อง ดำรงความเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยมีความเป็นกลาง ฉะนั้นการที่จะนำเจ้าหน้าที่เข้าไปนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้เกิดความเข้าใจ ผิดว่าโรงพยาบาลนั้นจะเป็นที่พำนักพักพิงของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ดังนั้นทางโรงพยาบาลได้ตกลงกับรัฐบาลและศอฉ.ว่าจะบริหารสถานการณ์ต่างๆนั้น ด้วยตัวเอง ตนเชื่อว่าผอ.โรงพยาบาลและผู้บริหาร คาดไม่ถึงว่าจะเกิดกรณีเหตุการณ์และพฤติกรรมดังกล่าว ตนคงไม่มีความจำเป็นใดๆต้องไปกล่าวประณาม เพราะคิดว่าไม่เพียงแต่สังคมไทย สังคมโลกก็ประณามพฤติกรรมดังกล่าว
เมื่อหตุการณ์เกิดขึ้น รัฐบาลอยู่ในช่วงปรึกษาหารือกับผู้บริหารของโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งว่าจะ ปรับแนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาหากจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังปรึกษาหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บริหารโรงพยาบาลว่า การดำเนินการที่เหมาะสมที่สุดในการที่จะคุ้มกันให้ความปลอดภัยกับโรงพยาบาล โดยยังสมารถดำรงค์รักษาความเป็นกลาง ความเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยของโรงพยาบาลตามหลักสากลจะทำกันอย่างไร แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย ไม่ละเลยต่อปัญหานี้แน่ และจะต้องมีการดำเนินการหาแนวทางที่เป็นที่ยอมรับของโรงพยาบาลเอในการที่จะ ดำเนินการต่อไป ส่วนกากระทำความผิดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์เมื่อวานจะต้องมีการดำเนินการตาม กฎหมายต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่าขณะนี้การทำงานของรัฐบาลและศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ในการแก้ไขสถานการณ์ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เคยเรียนพี่น้องประชาชนว่าปัญหาขณะนี้นั้นไม่ได้มีเฉพาะในพื้นที่ราชประสงค์แต่โยงถึงปัญหาอื่นที่คาบเกี่ยวกัน ซึ่งทำให้ปฏิบัติการใดๆของรัฐที่มีต่อพื้นที่นั้นจำเป็นต้องมีการป้องกันแก้ ไขปัญหาต่างๆนั้นพร้อมๆกันไปด้วย ตอนนี้ในแง่การตรวจสอบการเข้าออกพื้นที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถทำด้อย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และขอเรียนว่าเราจะดำรงรักษาความเข้มแข็งตรงนี้ไว้ ซึ่งบางครั้งอาจมีหตุการณ์ปะทะกันประปรายอยู่บ้าง เช่นที่ถนนอังรีดูนังต์ เพราะเป็นแนวทางที่รัฐบาลขอยืนยันจำเป็นที่จะต้องดูแลไม่ให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่มีการลำเลียงอาวุธ หรือมีการพยายามนำคนเข้าไปสมทบ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้นยากยิ่งขึ้น
ส่วนการดำเนินการเร่งรัดคดีทั้งเรื่องการก่อวินาศกรรมและการก่อการร้าย ทั้งเรื่องเกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยมุ่งไปที่สถาบันหลักของชาติ ตรงนี้มีความคืบหน้าทั้งในส่วนของการสอบสวนคดีพิเศษและทีสำคัญคือการจับกุม ผู้ก่อเหตุยิงอาร์พีจีบริเวณใกล้เคียงกระทรวงกลาโหม กรณีการจึดอาวุธสงครามเอ็ม 79 ได้จำนวนมากและการสอบสวนการจับกุม 1 แกนนำคือนายเธี อมรวุฒิกุล ดาราแดง ก็ได้มีการขยายผล ซึ่งทำให้เราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากทั้งในการเข้าไปดำเนินคดี จับกุมบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องและการเชื่อมโยงกับกระบวนการทั้งหมด ซึ่งย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์ชุมนุมี่ราชประสงค์ด้วย
“การดำเนินการทั้งหมดยืนยันเราจะ เดินหน้าอย่างเข้มแข็ง ผมทราบดีบางครั้ง บางโอกาสพี่น้องประชานเมื่อเห็นเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกระทบกระเทือนจิต ใจก็มีความรู้สึกว่ารัฐบาลหรือ ศอฉ.ไม่ดำเนินการอะไรเลย ขอยืนยันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแน่นอนและการทำงานของเราในหลายๆเรื่องนั้นคงไม่ สามารถที่จะเปิดเผยขั้นตอนรายละเอียดได้ แต่มีความมุ่งหน้าในการไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์อย่างแน่นอน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ควบคู่กันไป เรามีความจำเป็นต้องหาคำตอบทางการเมืองสองวันที่ผ่านมามีการเปิดอภิปรายใน สภาผู้แทนฯ ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นของ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตนเองได้มีการปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่องกับกลุ่มประชาสังคม ภาคประชาชนหรือกลุ่มที่มีความปราถนาดีในการที่จะให้รัฐบาลได้รับรู้รับทราบ ในหลักคิดต่อแนวทางการแก้ปัญหาของกลุ่มต่างๆเหล่านี้ การหาคำตอบทางการเมืองมีความคืบหน้าไปมาก น่าจะครอบคลุมประเด็นที่ตนคิดว่ามีความจำเป็นสำหรับกระบวนการปองดอง สมานฉันท์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเราได้แก้ไขปัญหาการชุมนุมแล้วด้วย ทั้งหมดมีความคืบหน้าตนจะรายงานให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบเป็นะยะๆต่อไป







