
‘อยากให้ครูรู้ว่าหนูรัก’ กิจกรรมดีๆ ของศิษย์เซนต์โยฯ
ที่เรามีความรู้ ประกอบหน้าที่ดีเช่นทุกวันนี้ได้ ก็เพราะคำสั่งสอนของคุณครูเมื่อครั้งเรายังเด็ก
โดย...วราภรณ์ / ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ที่เรามีความรู้ ประกอบหน้าที่ดีเช่นทุกวันนี้ได้ ก็เพราะคำสั่งสอนของคุณครูเมื่อครั้งเรายังเด็ก เมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แต่ในขณะเดียวกันคุณครูที่สั่งสอนเราอายุมากและร่วงโรยไปตามวัย ด้วยเหตุนี้ศิษย์เก่าเซนต์โยเซฟคอนเวนต์รุ่นพี่รุ่นน้องจึงรวมกลุ่มกันก่อตั้งกองทุน “ศิษย์รักครู” หรือ SJC love Teachers Fund ขึ้นเพื่อทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น นำเงินในกองทุนไปรักษาพยาบาลคุณครูที่มีอาการเจ็บป่วย รวมทั้งส่งตัวแทนไปเยี่ยมคุณครูที่เจ็บป่วย พาคุณครูไปหาหมอ และทำกิจกรรมเพื่อระลึกถึงพระคุณของคุณครู เช่น จัดงาน “อยากให้ครูรู้ว่าหนูรัก” ที่ปีนี้ดำเนินสู่ครั้งที่ 4 แล้ว เป็นงานที่ระดมศิษย์เก่าๆ มาพบปะพูดคุยกับคุณครูที่เกษียณอายุไปแล้ว เพื่อให้คุณครูรู้สึกคลายเหงา อีกทั้งยังจัดกิจกรรมอ่านหนังสือให้คุณครูฟัง พาคุณครูไปเที่ยว และพาไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ฟังเทศน์ ฟังธรรม เพื่อให้คุณครูรู้สึกไม่เหงา โดยมีผู้ประสานงานที่เป็นสื่อกลางระหว่างศิษย์เก่ารุ่นต่างๆ อาทิ วรรณศิริ ตั้งคารวคุณ และวงศ์อัจฉรา เกตุวรวิทย์ ทำหน้าที่ประธานกองทุนปัจจุบันเธอนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท กรีไทย โรมส์
วงศ์อัจฉรา ร่วมกันเล่ากับวรรณศิริ เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการตั้งกลุ่มศิษย์รักครู เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ศิษย์เก่าเซนต์โยเซฟฯ ที่เป็นการร่วมกันของศิษย์เก่าหลายๆ รุ่น ระยะแรกร่วมกันได้ประมาณ 20 รุ่น ปัจจุบันกลุ่มขยายเป็น 60 รุ่น และทำงานบนวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ ทำให้โรงเรียนมีชีวิตชีวาขึ้นมา ทุกคนเห็นการทำงานของกองทุนจึงมาร่วมมือกัน ซึ่งสมาชิกเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี กิจกรรมหนึ่งที่ศิษย์เก่าต่างปลื้มใจมาก คือ การช่วยเหลือรักษาพยาบาลคุณครูที่มีอายุมากและไม่สบาย ปัจจุบันศิษย์เก่าช่วยเหลือคุณครูไปแล้ว 10 ท่านที่ป่วย ซึ่งคุณครูที่อยู่ในเกณฑ์ร่วมกลุ่มได้ คือ คุณครูที่เกษียณอายุวัย 60 ปีขึ้นไป และที่มีอายุมากสุด คือ 87 ปี และมีคุณครูเข้าร่วมกลุ่มประมาณ 60 คนแล้ว
“ในวันนี้เราได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ของเราซึ่งท่านก็มีอายุมากแล้ว ซึ่งศิษย์แต่ละคนก็เติบโตและมีครอบครัวแล้ว แต่เราลืมนึกถึงบุคคลที่เรารักอีกกลุ่มหนึ่งไปหรือเปล่า ก็คือคุณครูของเราที่ทำให้เรามีความสำเร็จในวันนี้ ศิษยเก่าเซนต์โยเซฟฯ ความรักและผูกพัน เรียนมาด้วยกันอย่างน้อย 13 ปี ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย ตอนนี้คุณครูที่สอนพวกเราตั้งแต่อนุบาลยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ร่วมกลุ่มกับเรา คุณครูบางท่านสอนเราตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ท่านก็ชราลงไปมากแล้ว ซึ่งมีบางช่วงเราอาจขาดการติดต่อกับคุณครูไปบ้าง บางเคสมีคุณครูท่านหนึ่งป่วยหนักอยู่ที่ศิริราช พวกเราก็ไปเยี่ยม ญาติๆ ก็ไม่นึกว่าพวกเรายังจำคุณครูได้อยู่เหรอ แต่เรายังจดจำคุณครูอยู่ คุณครูก็ดีใจที่พวกเราไปเยี่ยม”
การจัดกิจกรรม “อยากให้ครูรู้ว่าหนูรัก” ครั้งที่ 4 มีรุ่นพี่ที่อายุ 60 ปีแล้วก็มาร่วมงานด้วย บรรยากาศของการมารวมตัวกัน คือ ทำให้คุณครูได้พบลูกศิษย์ รับประทานอาหารและร้องเพลงร่วมกัน เรียกว่าทำให้คุณครูมีความสุขทั้งกายและใจ
“ความรักต่อคุณครูที่สอนสั่งด้านวิชาการ มารยาทการเข้าสังคม ทำความดี หล่อหลอมให้พวกเรามีวันนี้ เราอยากบอกว่าเด็กเซนต์โยเซฟฯ รักกันมาก เราจะบอกเพื่อนๆ อยู่เสมอว่า เราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข ก็มาจากคุณครูที่สอนเราตั้งแต่เล็กยันโต คุณครูแม้สอนจะดุอย่างไร แต่ไม่มีการกดดันเด็ก สมัยเราเรียนเราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด เราถือว่าเราโชคดีมากๆ คุณครูให้ทั้งคำปรึกษากับเรา สั่งสอนเราแบบเข้มข้นมากๆ ทุกวันนี้แม้เราจะเรียนจบไป 2030 ปีแล้ว แต่เราก็ยังนึกถึงภาพเก่าๆ อยู่”
กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำแล้วคุณครูเกิดความสุขกายสุขใจมากๆ เช่น การพาคุณครูไปฟังเทศน์ ฟังธรรม ทำให้คุณครูเกิดความรู้สึกสบายใจ จัดปีละ 2 ครั้ง โดยใช้วิธีดูรายชื่อว่าคุณครูท่านไหนชอบฟังเทศน์ เวลามีกิจกรรมก็จะโทรไปเชิญ แม้คุณครูจะเป็นคริสเตียน แต่ก็สามารถไปร่วมฟังธรรมได้ เพราะคุณครูก็อยากใช้เวลาร่วมกับศิษย์และเพื่อนๆ ครูด้วยกัน ไปครั้งหนึ่งประมาณ 20 ท่าน ไปร่วมกับศิษย์เก่า 20 คน ก็ยิ่งเกิดความรัก การดูแลเอาใจใส่กัน คุณครูรู้สึกไม่เหงา
“เงินที่เรานำมาตั้งกลุ่มก็ล้วนเป็นเงินจากการทำของที่ระลึกจำหน่าย และจัดงานเพื่อจำหน่ายบัตร โดยข่าวสารจะเผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊กของกลุ่ม SJC love Teachers Fund ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันก็สามารถร่วมกิจกรรมกันได้ ซึ่งน่าแปลกใจมากที่โรงเรียนเซนต์โยฯ เป็นโรงเรียนหญิงล้วน แต่ก็มีสมาชิกบางท่านที่เป็นผู้ชายเข้ามากดไลค์ก็มี ศิษย์เก่าท่านใดอยากร่วมกิจกรรมก็ยื่นความจำนงโดยเข้าไปดูที่เฟซบุ๊กกลุ่มได้ และเราจะมีการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอๆ ปัจจุบันมีสมาชิกร่วมกลุ่ม 600 คนแล้ว”
สุดท้ายผู้นำกลุ่มทั้งสองคนฝากทิ้งท้ายว่า กลุ่มอยากดูแลคุณครูที่เกษียณอายุทุกท่านให้ทั่วถึงและใกล้ชิดยิ่งขึ้น
“เวลาเราไปเยี่ยมคุณครู ท่านจะบอกว่าครูเหงา แค่ลูกศิษย์ไปหาท่านก็มีความสุข ลูกศิษย์โทรไปคุย พาไปกินข้าวแค่นี้คุณครูก็ดีใจแล้ว บรรยากาศการทำกิจกรรมแต่ละครั้งคุณครูสนุก เช่น เวลาเราโทรไปชวนคุณครูไปฟังเทศน์ แม้ร่างกายครูจะเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ท่านไม่อยากมา แต่เราโทรไปชวนคุณครูก็เลยมา แล้วก็มาพบกับบรรยากาศคำสั่งสอนอยู่อย่างไรกับความเจ็บป่วย คุณครูก็รู้สึกดี ศิษย์เก่าที่ทำอะไรให้ครูก็รู้สึกดีมีความสุขตามไปด้วย”







