
รอวันสุกงอม 'สุเทพ' ยังไม่ยกระดับชุมนุม
สภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวม 19 ชั่วโมง
สภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวม 19 ชั่วโมง และมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 310 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง
จากนั้น สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็สั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 04.25 น. ของวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
ถือเป็นการ “หักดิบ” รวบรัดตัดตอนเพื่อส่งต่อให้วุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน หลังจากมีการบรรจุเข้าระเบียบวาระ
ความเร่งรีบของพรรคเพื่อไทยมีเหตุผล 2 ประการ ประการแรก เพื่อหลบเลี่ยงการกดดันจากม็อบสามเสนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอื่นๆ จึงโยนเรื่องให้ไปอยู่ในชั้นวุฒิสภาเร็วที่สุด
ประการต่อมา เมื่อพิจารณาจากเสียงโหวตผ่านงบประมาณ 2 ล้านล้านบาทก่อนหน้านี้ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” มั่นใจว่ามีเสียงสนับสนุนของวุฒิสภามากพอจะดันกฎหมายเหมาเข่งผ่านสภาสูงได้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้ได้มีการล็อบบี้ สว.อย่างหนัก จะมีเสียงต้านอยู่บ้างก็มีเพียงกลุ่ม 40 สว.
ขณะที่ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ได้รับลูกจะบรรจุเข้าระเบียบวาระภายในวันที่ 8 พ.ย.นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 11 พ.ย.
การพิจารณาในชั้นวุฒิสภา จะออกได้กี่หน้า และจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
กรณีวุฒิสภาผ่านฉลุยไม่มีการแก้ไข ก็จะส่งกลับมาให้สภาล่างเพื่อส่งต่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ในกรณีวุฒิสภาไม่เห็นชอบ ก็จะต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้คืนให้สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นจะต้องรอให้ครบ 180 วันก่อน สภาถึงจะสามารถหยิบมาพิจารณาได้ ซึ่งกลุ่ม สว.ที่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมก็พยายามล็อบบี้ให้ สว.คว่ำกฎหมายฉบับนี้ให้ได้
ถ้าสภามีมติมากกว่ากึ่งหนึ่งของ สส.ที่มีอยู่ หรือ 250 คน จาก สส. 500 คน เพื่อยืนยันร่าง พ.ร.บ.ที่สภาให้ความเห็นชอบไปแล้ว ก็ส่งร่าง พ.ร.บ.ให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 20 วัน
ช่วงเวลานี้เปิดช่องให้ สส. หรือ สว. เข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลรับเรื่องไว้พิจารณา นายกฯ จะต้องชะลอการนำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา
ขณะนี้ ปชป. หัวขบวนคัดค้านกฎหมายเหมาเข่ง ประกาศเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ใน 5 ประเด็น ดังนี้
1.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นการล้างผิดให้คนโกง 2.กระบวนการพิจารณาในสภาไม่ชอบ เพราะรัฐบาลใช้มติเสียงข้างมากปิดการอภิปรายในสภา 3.ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายเกี่ยวการเงิน เพื่อล้างผิดและคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ประธานสภากลับบอกว่า ไม่ใช่กฎหมายการเงิน จึงไม่ยอมส่งให้นายกฯ รับรองก่อน
ดังนั้น การไม่ส่งเรื่องให้นายกฯ รับรองร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเป็นโมฆะและขัดรัฐธรรมนูญ 4.ร่าง พ.ร.บ.นี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีวาระซ่อนเร้น หลายอย่างและ 5.การผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยังขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ด้วย
สำหรับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าร่าง พ.ร.บ.ใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ศาลมีแนวทางวินิจฉัย 3 ทาง
แนวทางที่ 1 ให้ร่าง พ.ร.บ.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นายกฯ ก็สามารถนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้
แนวทางที่ 2 ให้ร่าง พ.ร.บ.ตกไปทั้งฉบับ ถ้าศาลเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.มีข้อความขัดและตราขึ้นไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
แนวทางที่ 3 ให้ร่าง พ.ร.บ.ตกไปบางส่วน และให้นายกฯ นำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป
ในระหว่างที่กฎหมายร้อนกำลังเดินไปตามขั้นตอน การชุมนุมของ ปชป. ที่สถานีรถไฟสามเสน มวลชนทยอยได้เข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากนักวิชาการหลายสถาบันได้ออกแถลงการณ์คัดค้านกฎหมายฉบับนี้
ขณะเดียวกัน สังคมออนไลน์ กลุ่มแพทย์ชนบท องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เครือข่ายภาคประชาชน 77 จังหวัด ฯลฯ ก็ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมคัดค้านกฎหมายฉบับนี้อย่างคึกคักอีกเช่นเดียวกัน
หากมีมวลชนเข้าร่วมเรือนแสน ปชป.อาจจะยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลในอันต่อไปหลังจากนี้
ขณะที่ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง ปชป. อธิบายว่า หากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมบังคับใช้จะต้องคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน ซึ่งเงินในจำนวนนี้เป็นเงินของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กว่า 700 ล้านบาทด้วย
ดังนั้น หากนายกฯ ลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เท่ากับดำเนินการขัดรัฐธรรมนูญ
ช่วงค่ำวันที่ 1 พ.ย. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ปชป. ประกาศบนเวทีว่า แกนนำมีมติจะยืนหยัดการต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ต่อไปอย่างเหนียวแน่น และยังไม่มีการยกระดับการชุมนุม เพราะยังมีโอกาสคว่ำกฎหมายนี้ในชั้นวุฒิสภาได้อีก







