
ขุดบ่อฝัง นิรโทษกรรม
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ในวาระที่ 2 เมื่อวันที่ 31 ต.ค. เป็นไปอย่างดุเดือดตามที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์เอาไว้ หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ได้พยายามสร้างอารมณ์ให้เกิดกระแสล้มการนิรโทษกรรมในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ทว่ากลับไม่ได้ดุเดือดถึงขนาดมีผลให้การประชุมสภาต้องยุติกลางคันออกไปได้ ในทางกลับกัน การประชุมสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ จะมีบ้างที่เกิดเหตุวิวาทกันในช่วงที่พรรคเพื่อไทยปิดอภิปรายเพื่อให้สภาลงมติเห็นชอบกับชื่อร่าง พ.ร.บ.และคำปรารภ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไร จากนั้นทุกอย่างก็เดินหน้าไปตามปกติ
ทั้งนี้ ภาพรวมในการอภิปราย ฝ่ายค้านได้พยายามมุ่งเน้นให้เห็นว่าการประชุมสภาครั้งนี้มีพิรุธอย่างไร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 3 ประเด็นสำคัญด้วยกัน
1.การนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษ พรรคประชาธิปัตย์ได้ท้วงติงไปยัง “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานสภาอย่างรุนแรงว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ มีความสำคัญอย่างไรถึงต้องนัดเรียก สส.มาประชุมนัดพิเศษเพื่อลงมติร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการเฉพาะ
ไม่เพียงเท่านี้ ยังได้พยายามยกประเด็นการไม่ถ่ายทอดสดการประชุมสภาผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เป็นการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนได้ติดตามการประชุมสภา แม้ว่าจะมีการถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของรัฐสภาและสถานีวิทยุกระจายเสียง แต่ก็เป็นเพียงการเผยแพร่อย่างจำกัดถ้าเทียบกับการถ่ายทอดผ่านช่อง 11
2.ความบกพร่องในรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ มีการเปิดประเด็นจากฝ่ายค้านว่าการส่งรายงานดังกล่าวเข้าสภาของ “สามารถ แก้วมีชัย” สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ. พบว่า ขัดแย้งกับหลักการของการเสนอกฎหมาย เนื่องจากได้มี สส.เสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไขถ้อยคำในกฎหมายด้วยการระบุชื่อบุคคลลงไป ซึ่งหลักของการจัดทำกฎหมายจะไม่สามารถดำเนินการได้
คำแปรญัตติดังกล่าวเป็นของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ. โดยได้เสนอแปรญัตติว่า “กรณีเหตุทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้มีการรัฐประหารรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และมีการดำเนินคดีต่างๆ กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว
ให้ยกความผิดให้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งในการแบ่งฝักฝ่าย ความหวาดระแวงขึ้นในสังคมจึงอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายโดยให้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองกับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร”
พรรคประชาธิปัตย์พยายามชี้ให้เห็นว่าในเมื่อกระบวนการจัดทำรายงานของ กมธ.มิชอบด้วยกฎหมาย ย่อมทำให้การพิจารณาลงมติของสภามิชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
3.การใช้เสียงข้างมากปิดปากฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 47 เพื่อลงมติปิดอภิปรายของฝ่ายค้านถึง 2 ครั้งในระหว่างการพิจารณาชื่อร่าง พ.ร.บ.และคำปรารภ
พรรคประชาธิปัตย์มองว่าพรรคเพื่อไทยได้ลิดรอนสิทธิในการอภิปรายของ สส.ทั้งที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 130 เพราะการลงมติเพื่อปิดการอภิปรายนั้นจะกระทำได้เฉพาะเพื่อปิดการอภิปรายของ สส.เป็นรายบุคคลเท่านั้น แต่จะไปกระทบสิทธิการอภิปรายของ สส.คนอื่นๆ ที่เตรียมใช้สิทธิอภิปรายในเนื้อหาเดียวกันไม่ได้
ประเด็นข้อต่อสู้ที่พรรคประชาธิปัตย์ยกมาทั้งหมด 3 ข้อนี้ ในมิติหนึ่งกำลังหวังผลในทางการเมืองในระยะยาว
กล่าวคือ พรรคประชาธิปัตย์จะใช้การขาดความชอบธรรมของสภาตั้งแต่การบรรจุระเบียบการประชุมไปจนถึงการใช้เสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทยมาเป็นชนวนสร้างกระแสให้มวลชนออกมาร่วมขบวนกับม็อบสวนลุมพินี แยกอุรุพงษ์ และสามเสน เพื่อต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เนื่องจากต้นทุนของพรรคเพื่อไทยเวลานี้กำลังมีปัญหาอยู่ไม่น้อย เมื่อตัดสินนัดประชุมสภาเพื่อผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยเมื่อวันที่ 31 ต.ค.แบบรวดเร็ว ทั้งที่ กมธ.เพิ่งเสร็จสิ้นการทำงานเมื่อวันที่ 28 ต.ค.
ผนวกกับนับตั้งแต่เกิดเสียงวิจารณ์ดังกล่าวปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ชัดเจนมากนัก นอกจากการบอกในเชิงนามธรรมว่า “เพื่อช่วยเหลือประชาชน” เป็นผลให้การเป่านกหวีดของพรรคประชาธิปัตย์สามารถหวังผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เหนืออื่นใดข้อสังเกตของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้หวังประโยชน์ในการต่อสู้นอกสภาเพียงอย่างเดียว เพราะต้องการสื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเห็นทางอ้อมด้วยว่าการตราร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างไร ก่อนที่ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างเป็นทางการหากกฎหมายนิรโทษกรรมเสร็จสิ้นกระบวนการของรัฐสภา
การต่อสู้โดยผ่านช่องทางศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจพอสมควรว่าจะสามารถชี้ประเด็นให้ศาลเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญได้ หลังจากพรรคเพื่อไทยเปิดช่องโหว่ไว้หลายประเด็น
ดังนั้น การต่อสู้ในบริบทว่าด้วยการนิรโทษกรรมยกนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ต่างอะไรกับการขุดบ่อล่อให้พรรคเพื่อไทยตกลงมาเพื่อเผด็จศึกรัฐบาลในอนาคต







