
เก้าอี้ผบ.ตร.ร้อนฉ่า!ถึงเวลาผ่าตัดตำรวจมะเขือเทศ
ตลอดระยะเวลาการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าตำรวจใส่ “เกียร์ว่าง” มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารออกปฏิบัติการทั้งการสกัดและการสลายการชุมนุม
ตลอดระยะเวลาการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าตำรวจใส่ “เกียร์ว่าง” มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารออกปฏิบัติการทั้งการสกัดและการสลายการชุมนุม
โดย...ทีมข่าวการเมือง
กระแสข่าวการเตรียมปลดฟ้าผ่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ พ้นเก้าอี้รักษาราชการแทน ผบ.ตร. หึ่งไปทั่วเมือง ถึงขั้นว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนใจจะหันไปใช้บริการ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. แคนดิเดตจ่อก้นนั่งคุมทัพตำรวจแทนแล้ว
รอเพียงเวลาที่ทุกองค์ประกอบลงตัว เท่านั้นเอง!
ข่าวชิ้นนี้ไม่ลอยลมมาธรรมดา แต่จงใจส่งสัญญาณกดดันไปยัง พล.ต.อ.ปทีป รวมทั้งข้าราชการตำรวจกว่า 2 แสนนาย ให้เดินกลับมาเข้าแถวทำหน้าที่ตามนโยบายรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะตลอดระยะเวลาการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าตำรวจใส่ “เกียร์ว่าง” มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารออกปฏิบัติการทั้งการสกัดและการสลายการชุมนุมมาโดยตลอด
ขณะที่ตำรวจเป็นเพียงองค์ประกอบย่อยที่แทบไม่มีบทบาทใดๆ
โดยเฉพาะการออกหมายจับแกนนำคนเสื้อแดงหลายสิบคนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็สะท้อนชัดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ แม้จะฮึดลงมือจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ สองแกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เหตุเพราะ “ข่าวรั่ว” หนำซ้ำนายตำรวจระดับ รอง ผบก.น.4 กลับถูกกักตัวไว้เป็นตัวประกันเสียเอง
การตั้งจุดสกัดคนเสื้อแดงไม่ให้เข้าสมทบทั้งพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ก็เรียกได้ว่า “ยิ่งกว่าเกียร์ว่าง” เพราะเส้นทางทุกสายทั้งขาเข้าขาออกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเปิดทางสะดวกโยธิน สวนความต้องการของฝ่ายรัฐบาล
เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 และการก่อเหตุอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกว่า 70 ครั้งก่อนหน้านี้ไม่เว้นวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้รักษาพื้นที่ไม่สามารถจับกุมได้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ละคดีไม่มีความคืบหน้า
ประการหนึ่ง เพราะตำรวจจำนวนมากสวมวิญญาณแดงมายาวนานตั้งแต่ช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ และสืบทอดมาในยุครัฐบาลนอมินี
ประการหนึ่ง เพราะตำรวจถูกตำหนิ ถูกสอบสวนเพื่อเอาผิด จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่มีคนบาดเจ็บจำนวนมาก จึงแหยงไม่อยากยุ่งอีก
อีกประการ นายตำรวจจำนวนหนึ่งจงใจเล่นการเมือง โดยเชื่อว่า “นายใหญ่” ยังทรงอิทธิฤทธิ์ มีโอกาสกลับมาเป็นใหญ่ และเป็นไปได้สูงที่พรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลในสมัยหน้าอีกครั้ง
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงวางเฉย...ไม่อยากเปลืองตัว รอลุ้นผลการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเอื้อประโยชน์กับตัวเอง
...ปล่อยให้ทหารเดินลุยไปเปื้อนเลือดแต่ฝ่ายเดียว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ที่ไม่เข้าใครออกใคร สถานการณ์ที่การบังคับใช้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ คำสั่งรัฐบาลที่ไม่ทรงอานุภาพ กองทัพขาดเอกภาพ มี “ทหารแตงโม” โผล่ออกมาสนับสนุนฝ่ายผู้ชุมนุม และคอยทิ่มแทงฝ่ายรัฐบาลอยู่เป็นระยะ
...ยิ่งทำให้ตำรวจเลือกลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
ฉะนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถสกัดคนจากต่างจังหวัดและคนกรุงเทพฯไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์ได้ รวมถึงมีข่าวรั่วตลอดเวลา แผนปฏิบัติการในการเข้าปราบปรามที่แยกราชประสงค์ จึงไม่สำเร็จตามไปด้วย
ยิ่งเมื่อสามารถจับกุม จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.คูคต ย่านสายไหม กทม. ได้ หลังหลบหนีไปขณะเกิดเหตุปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ หลังจากได้ขนกระสุนเอ็ม 79 นับ 62 ลูก เข้าไปพื้นที่ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับการป่วนกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา
โดยเฉพาะการลักลอบให้การสนับสนุนอาวุธสงครามในการใช้ก่อเหตุ!!!
ถึงเวลาผ่าตัดตำรวจมะเขือเทศ แปลงเพศตำรวจมะเขือเผาทั้งหลายให้กลับมาทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารคืนความสงบสุขให้ประชาชน
แน่นอนที่สุด เนื่องเพราะนายอภิสิทธิ์จำเป็นจะต้องบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดเพื่อพิสูจน์อำนาจในมือให้เปล่งประสิทธิภาพ (บ้าง) จึงจะเงื้อมีดผ่าตัดเอามะเขือเทศสายพันธุ์ปทุมวันให้ลดฤทธิ์เดชและหันกลับมารับใช้รัฐบาล
ในเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. จึงจะมีการจัดการบางอย่างให้เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการสังคายนาให้กลไกรัฐทำตามหน้าที่ให้รัฐบาลบรรลุผลในการคืนความสงบสู่สังคมอีกครั้ง
หมดเวลาที่รัฐบาลประชาธิปัตย์จะเลือกใช้บริการ พล.ต.อ.ปทีป ในฐานะรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ได้อีกต่อไป
ด้วยเหตุผล 2 ประการสำคัญ
1.รัฐบาลประชาธิปัตย์จะอายุสั้นลงเรื่อยๆ ตราบที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ปะทะล้มตายรายวัน
2.ประชาชนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจะออกมา|ก่อหวอดขับไล่รัฐบาลเสียเอง เพราะหมดความอดทนกับผู้ใช้อำนาจ...แต่ไม่มีอำนาจ







