
มติป.ป.ช.เดินหน้าไต่สวนคดี“อภิสิทธิ์-สุเทพ”
ป.ป.ช.มีมติเดินหน้าไต่สวนคดี “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ทั้งถอดถอน-อาญา เชื่ออยู่ในอำนาจเตรียมเรียกพยาน 3 ปากในศอฉ.สอบ รวม ธาริต
ป.ป.ช.มีมติเดินหน้าไต่สวนคดี “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ทั้งถอดถอน-อาญา เชื่ออยู่ในอำนาจเตรียมเรียกพยาน 3 ปากในศอฉ.สอบ รวม ธาริต
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลการประชุม ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากการที่ ศอฉ.มีคำสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการขอคืนพื้นที่จากการชุมนุมของ นปช.ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่ามูลแห่งคดีเป็นการกระทำเดียวกันกับกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้ไต่สวน เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 250 (1) และมาตรา 272 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 19 (1) และมาตรา 63 บัญญัติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น ที่มีอำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริง และจัดทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภา
นายวิชา กล่าวว่า ส่วนกรณีการร้องขอให้ดำเนินคดีอาญา ที่มีการยื่นขอกว่า 10 สำนวน ที่ระบุว่า ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ในการสั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตนั้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 250 (2),(3) ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 19 (2), (4) และมาตรา 66 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน ไม่ว่าจะเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกัน โดยมาตรา 275 แห่งรัฐธรรมนูญ มิได้มีข้อห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.พิจารณาในเรื่องกล่าวหาที่เป็นคดีในประเด็นเดียวกัน และศาลประทับฟ้องหรือมีคำพิพากษา หรือมีคำสั่งเสร็จเด็ดขาดแล้ว ดังเช่นการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นายวิชา กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง จึงอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินการไต่สวน และอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพียงศาลเดียวเท่านั้น ป.ป.ช.จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป และไม่เชื่อว่าจะเป็นกรณีขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หลังอัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องในศาลอื่น ซึ่งเชื่อว่าผลสุดท้ายศาลจะเป็นผู้พิจารณา
นายวิชา กล่าวด้วยว่า กรณีการไต่สวน ได้มีการเตรียมเรียกพยานมาให้ข้อมูลอีก 3 ปาก ซึ่งจะเป็นพยานที่นั่งประชุมร่วมอยู่ใน ศอฉ.รวมถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่อยู่ในคณะกรรมการ ศอฉ. ที่ ป.ป.ช.จะสอบถามถึงการสั่งการในการดำเนินการกับผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าจะเร่งดำเนินการเพื่อสรุปและพิจารณาว่า จะแจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ รวมทั้งบุคคลอื่น ๆ ได้ ภายในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือในปีนี้







