
ศอ.รส.ประเมินม็อบต้านนิรโทษฯยืดเยื้อ
ศอ.รส.ประเมินม็อบคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเตรียมชุมนุมยืดเยื้อ หลังพบมีการตั้งหน่วยส่งกำลัง-เสบียง
ศอ.รส.ประเมินม็อบคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเตรียมชุมนุมยืดเยื้อ หลังพบมีการตั้งหน่วยส่งกำลัง-เสบียง
เมื่อวันที่31 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่ง (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เปิดเผยว่า ผลการประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคัดค้าน ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ในส่วนของสถานีรถไฟสามเสน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในเย็นวันนี้ จากการตรวตสอบล่าสุด พบว่ามีการตั้งเวทีการปราศรัย และกางเต้นท์ที่พักเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร บริเวณถนนเศรษฐศิริ 2 และถนนโลคัลโรด ตัดแยกกำแพงเพชร ส่วนการ์ดที่ใช้ในการดูแลการชุมนุม พบว่ามีการเตรียมมาโดยเฉพาะ จากจังหวัดระยอง และเพชรบุรี ทั้งนี้ในพื้นที่การชุมนุม มีการจัดตั้งหน่วยส่งกำลัง,เสบียงอาหาร ซึ่งมีหลักฐานยืนยันได้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ศอ.รส.ยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงขั้น อาจถึงขั้นต้องปิดการเดินรถไฟ,ตลอดจนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนจะส่งผลกระทบต่อการจราจร นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่าอาจเกิดการกระทบทั่งกับกลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนา ซึ่งชุมนุมอยู่ห่างจากจุดดังกล่าวเพียง 20 เมตรเท่านั้น
โฆษก ศอ.รส. กล่าวว่า ยังไม่จำเป็นต้องเสนอให้รัฐบาล ประกาศหรือขยายพื้นที่การประกาศ พรบ.ความมั่นคงฯเพิ่ม เนื่องจากกฎหมายปกติยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใหล้ชิดหากการชุมนุมรุนแรงขึ้น หรือ เคลื่อนไหวไปปิดสถานที่สำคัญกระทบการบริหารราชการ อาจพิจารณากฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ต่อไป
“พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.สั่งทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมือการชุมนุมกลุ่มต่างๆที่นัดชุมนุมใหญ่คัดค้านร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ในช่วงนี้ โดยเฉพาะการติดตามแกนนำ แนวร่วม. จำนวนมวลชน กลุ่มการ์ด กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง ตลอดจนกิจกรรมการเคลื่อนไหว อย่างใกล้ชิด ตั้งจุดตรวจในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหว หรือเส้นทางที่มีการนำมวลชนเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่ ภูธร ภาค7,8 และ9 เพื่อคัดกรองบุคคลและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ให้ทุก บช.จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว กำหนดแผนเผชิญเหตุในกรณีต่างๆทั้งการปิดเส้นทางการคมนาคมถนน,ทางรถไฟ และท่าเรือ ,ศาลากลางจังหวัด,สนามบิน เป็นต้น นอกจากนี้ ให้มีการจัดหน่วยเฉพาะกิจที่จำเป็นต่อการปฎิบัติ ทั้งชุดเจรจาต่อรอง,ชุดสืบสวนสอบสวน,ชุดตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมถึงการกำหนดมาตรการเชิงรุกต่อกลุ่มเป้าหมาย”พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
มีรายข่าวแจ้งว่าการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมในการรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ที่ประกาศใช้กฏหมาย พรบ. ความมั่นคง โดยตอนนี้มีกำลังในเขตพื้นที่ประกาศ พรบ. ความมั่นคงใช้ กำลังกองร้อยคุมคุมฝูงชนทั้งหมดจำนวน 48. กองร้อย 7,470 นาย ในพื้นที่สถานที่สำคัญ 43 กองร้อย และสถานที่รอบนอก 5 กองร้อย







