
โฆษณาชวนเชื่อ
วิลเลียม เพอเซิก คอลัมนิสต์จากบลูมเบิร์กวิเคราะห์ว่า ทางการจีนไม่ควรประกาศว่าประเทศหลุดพ้นจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิรูประบบเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ขณะที่แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศออกมาก็เป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติเสียมากกว่า
วิลเลียม เพอเซิก คอลัมนิสต์จากบลูมเบิร์กวิเคราะห์ว่า ทางการจีนไม่ควรประกาศว่าประเทศหลุดพ้นจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิรูประบบเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ขณะที่แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศออกมาก็เป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติเสียมากกว่า
การปรับปรุงระบบเศรษฐกิจในระยะยาวคือ การที่นายกรัฐมนตรีจีน หลี่เค่อเฉียง ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่สมัยของอดีตผู้นำ เติ้งเสียวผิง โดยนายกฯ จีนต้องพิจารณาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจปรับปรุงระบบนโยบายการเงินและการคลังให้ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนกฎหมายการถือครองที่ดินเลิกพึ่งพาการส่งออก และหันมาใส่ใจปัญหามลพิษซึ่งคุกคามประชาชนกว่า 1,300 ล้านคนอยู่
คอลัมนิสต์บลูมเบิร์กวิจารณ์ปิดท้ายว่า การที่จีนพยายามลดกฎเกณฑ์การปล่อยเงินกู้ให้น้อยลง อาจทำให้เศรษฐกิจโตมากกว่า 7% อย่างที่คาดการณ์ แต่จะส่งผลร้ายต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่การโฆษณาชวนเชื่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจตามแบบแผน “อาเบะโนมิกส์” ของญี่ปุ่น ก็ไม่มีแก่นสารอะไรนอกไปจากการหลีกเลี่ยงการปฏิรูปประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ของสองผู้นำชาติ หลี่เค่อเฉียง และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่ออำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีน







