
สร้างเสน่ห์ให้การบิน
ใน พ.ศ. 2556 แม้ผู้โดยสารผ่านสนามบินสุวรรณภูมิจะลดลง 2.9% จากปีที่แล้ว แต่ก็มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกผ่านสนามบินนี้แล้ว 50 ล้านคนในปีนี้เกินกว่าที่ออกแบบไว้รองรับ 45 ล้านคน
ใน พ.ศ. 2556 แม้ผู้โดยสารผ่านสนามบินสุวรรณภูมิจะลดลง 2.9% จากปีที่แล้ว แต่ก็มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกผ่านสนามบินนี้แล้ว 50 ล้านคนในปีนี้เกินกว่าที่ออกแบบไว้รองรับ 45 ล้านคน
99% ของผู้เดินทางด้วยเครื่องบินจะมีภาวะตื่นตัว เพราะการเดินทางทางอากาศเป็นสิ่งที่ต้องมีการเตรียมตัวเยอะที่สุด โดยเฉลี่ยมนุษย์เราจะตื่นตัวก่อนเครื่องบินออกอย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมงล่วงหน้า คือใจจดจ่ออยู่กับการคำนวณเวลาที่จะนั่งรถไปสนามบิน จดจ่อว่าเอกสารสัมภาระที่ต้องใช้นำมาครบหรือไม่ ยิ่งเดี๋ยวนี้ความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องเคร่งครัด สมองของผู้เดินทางจะถูกปลุกให้ตื่นตัว คิดทบทวนตลอดเวลา จนกว่าจะรัดเข็มขัดกับเก้าอี้นั่งของตัวบนเครื่องบินดังแกร๊ก นั่นแหละที่ภาวะตื่นตัวจะค่อยสงบลง
แต่ 80% ของผู้เดินทางก็จะยังเครียด เพราะไหนจะตื่นเต้นกับการบิน แม้สภาพอากาศราบรื่นแค่ไหน แต่การนั่งในอากาศยานที่ความกดอากาศเปลี่ยนแปลง ที่นั่งเหยียดแขนขามีจำกัด (ไม่ว่าจะบินชั้นไหนก็เถอะ...สู้นั่งโซฟาที่บ้านไม่ได้หรอก) ความตึงเครียดย่อมมีอยู่เป็นธรรมดา นับเป็นความตื่นตัวที่คิดถึงจุดหมายปลายทางว่าจะเกิดอะไรต่อไป เปลี่ยนเวลา เปลี่ยนอากาศ จะเดินทางต่อจากสนามบินปลายทางยังไง
ระหว่างเดินทางบนเครื่องก็วุ่นวายกับการเสิร์ฟอีกสักพักใหญ่ แม้จะข่มใจหลับตา ไม่กินไม่รับไม่ยุ่งก็ไม่ทำให้ใครได้พักผ่อนได้ง่ายๆ นี่ไม่นับการช่วงชิงเวลาใช้ห้องน้ำ ให้สอดรับกับจังหวะรถเข็นบริการคาทางเดินในเครื่องนะครับ
อากาศและอุณหภูมิบนเครื่องบินก็เป็นอีกอย่างที่นักเดินทางจะรู้ว่าแตกต่างกันมากกับการเดินทางโดยวิธีอื่น ก่อนเครื่องออกจากท่าเทียบ อากาศในเครื่องจะค่อนข้างนิ่ง บ่อยครั้งอ้าวด้วยซ้ำ เพราะเครื่องบินจอดตากแดดให้พนักงานทำความสะอาดมาก่อน แต่พอเครื่องไต่ระดับไปถึงชั้นบรรยากาศที่จะใช้เดินทางจริงๆ แล้ว อุณหภูมิจะลดต่ำลงมาก ความสดชื่นของอากาศไหลเวียนก็จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่พอผ่านไปอีกสักพัก จมูกเริ่มแห้ง บางคนจะคอแห้ง...นั่นเพราะความชื้นในอากาศหายไปเกือบหมด
ดังนั้น...จอฉายหนังบนเครื่องจึงเป็นเงื่อนไขของความผ่อนคลายที่ไม่ค่อยมีใครปฏิเสธ มีสิทธิเลือกได้ อย่างน้อยก็เลือกจะใส่หูฟังเป็นเสียงดังค่อยแค่ไหน ภาษาอะไรได้ด้วยตัวเอง จะถอดหูฟังเมื่อใดก็ได้ ต่างจากเสียงประกาศของกัปตันและพนักงานต้อนรับ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ดังสนั่นจนไม่อยากฟัง แต่ไม่มีทางเลือก หรือไม่ก็มีสำเนียงฟังซึ่งไม่ชวนผ่อนคลาย โดยเฉพาะของกัปตัน (เพราะแกไม่ได้มีหน้าที่หลักในการคุยกับผู้โดยสารนี่นา)
อีกอย่างที่น่าจะเตรียมเลิกได้แล้วก็คือ ใบ ตม.ที่ให้กรอก เพราะหลายแห่งในโลก เขาเลิกใช้ไปแล้ว เช่น มาเลเซีย สหรัฐ
จอหนังบนเครื่องบิน จึงเป็นเหมือนเสรีภาพอย่างเดียวที่ผู้โดยสารเล่นบทผู้เป็นนาย ที่เหลือต้องว่ากันตามคิว ตามกฎการบินสารพัด จะขอเครื่องดื่มก็ยังต้องรอให้พนักงานเสิร์ฟเลื่อนรถเข็นเครื่องดื่มมาถึงคิวที่นั่งของตัวเสียก่อน จะหลับก็ไม่ได้ เดี๋ยวเลยไปต้องรอรอบใหม่
นี่เองที่ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินนั้น เครียดกว่าการเดินทางแบบอื่น เพราะความเป็นส่วนตัวอันตรธานหายไปจนหมด กว่าจะถึงที่หมายได้ เล่นเอาอ่อนเพลียไปตามๆ กัน
อ้าว...ไม่ได้ออกแรงอะไรนักหนา มีแค่นั่งกับเดินมีแต่คอยกับคอย จะเหนื่อยจะเพลียอะไรกัน มีให้กินให้นั่งให้ดื่ม จะเอาอะไรอีก
คล้ายคนไปเข้าห้องสอบแหละครับ เพลียคล้ายๆ กัน เพียงแต่นั่นเครียดและเพลีย เพราะสมองบีบบังคับตัวเองให้กลั่นความคิด ความรู้ให้พรั่งพรูออกมาอย่างมีตรรกะที่สุด
เดินทางด้วยเครื่องบินก็คล้ายๆ กัน ต่างกันที่ต้องตื่น ตาดูป้าย หูฟังเสียงประกาศ มือกุมและกำสัมภาระและเอกสารการเดินทางไว้เสมอ แถมค่าใช้จ่ายการเดินทางอากาศนั้น แม้จะถูกลงกว่าสมัยก่อนแล้ว แต่ก็ยังสูงอยู่มาก เครียดเพราะเพิ่งเสียเงินก็เลยเติมเพิ่มเข้าไปด้วย (ยกเว้นพวกเบิกได้) แต่ถึงอย่างไรค่ารถเดินทางไปให้ถึงและออกจากสนามบินก็สูงอยู่ดีทุกแห่งทั่วโลก ไม่นับการซื้อหาอาหารเครื่องดื่มในระหว่างนั้น ที่บวกราคากันจนขนลุก
เมืองไทย...เป็นเมืองยิ้ม...โลกชอบ เพราะอัธยาศัยเป็นมิตร...ถ้าทุ่มเทเอาใจใส่กับการสร้างความเป็นมิตรในด้านโลจิสติกส์ของการเดินทางทางอากาศได้ผมเชื่อแน่ว่าเราน่าจะสามารถทำให้สนามบินไทยเป็นสนามบินที่ผู้โดยสารอยากมาถึงเร็วและจากไปช้าไม่ใช่อยากมาถึงช้าที่สุด และเผ่นหนีออกให้ได้เร็วที่สุดเหมือนสนามบินทั่วๆ ไป
อยากชวนให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย ตั้งบอร์ดรับฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าอย่างจริงจัง สร้างชื่อเสียงให้เป็นสนามบินที่แม้ออกแบบมาให้เดินไกลที่ใช้สอยมีน้อย แต่ทำให้พื้นที่น้ำใจ พื้นที่ขายความคิดสร้างสรรค์มีเยอะๆ คิดถึงผู้หญิง เด็ก คนพิการ คนสูงอายุ คนเคร่งเครียด และคนไม่รู้ภาษาให้มากแล้วเสน่ห์จะมาเอง







