
แก้ที่กฎหมาย
บทบรรณาธิการนิวยอร์กไทมส์วิเคราะห์กรณีสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ถูกกล่าวหาจากหลายชาติว่าเจาะข้อมูลส่วนตัวของผู้นำและประชาชนว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา กล่าวว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเจาะข้อมูลกว่า 10 ปีของ อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ถือเป็นคำแก้ตัวที่แปลกประหลาด
บทบรรณาธิการนิวยอร์กไทมส์วิเคราะห์กรณีสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ถูกกล่าวหาจากหลายชาติว่าเจาะข้อมูลส่วนตัวของผู้นำและประชาชนว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา กล่าวว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเจาะข้อมูลกว่า 10 ปีของ อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ถือเป็นคำแก้ตัวที่แปลกประหลาด
สื่อสหรัฐวิจารณ์ว่า การที่ โอบามา สั่งให้ทบทวนการทำงานของเอ็นเอสเอไปตั้งแต่ 23 เดือนก่อนแล้ว แต่ไม่มีสัญญาว่าจะยกเลิกการสอดแนมผู้นำเยอรมนีและข้อมูลของประชาชนฝรั่งเศสและสเปน อีกทั้งยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็เป็นเหมือนมาตรการเดิมๆ ที่ใช้ตอบโต้หลัง เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างคู่สัญญาของเอ็นเอสเอออกมาแฉความลับครั้งก่อนๆ
อย่างไรก็ตาม นิวยอร์กไทมส์ชื่นชมสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนที่ออกโรงประณามว่าทั้งรัฐบาลโอบามาและอดีตรัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต่างตีความกฎหมายผิดจนนำไปสู่การเจาะข้อมูลลับทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ระบุว่าการแก้ไขกฎหมายสืบราชการลับระหว่างประเทศ (เอฟไอเอสเอ) ในปี 2008 ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการกระทำดังกล่าว จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายอีกครั้ง โดยให้ระบุเพิ่มเติมว่าสหรัฐสามารถรวบรวมข้อมูลได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็น “รูปธรรม” ว่าข้อมูลเหล่านั้น “เกี่ยวข้องกับภัยก่อการร้ายข้ามชาติและความลับสำคัญ”
นิวยอร์กไทมส์วิเคราะห์ปิดท้ายว่า สหรัฐควรเลิกมองว่ามีภัยคุกคามอยู่รอบตัวอย่างที่เคยรู้สึกหลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 ขึ้น







