
โบนัสอัยการ?
การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้จัดสรรโบนัส หรือเงินงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลและสิ่งจูงใจสำหรับข้าราชการธุรการและลูกจ้างประจำของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ประจำปีงบประมาณ 2555 จำนวน 10 ล้านบาท นั้น ก่อให้เกิดความสงสัยว่าเป็นการตอบแทน กรณีอัยการสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฐานสั่งฆ่าคนเสื้อแดง และการสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานก่อการร้ายก่อนหน้าในเหตุการณ์เดียวกัน
การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้จัดสรรโบนัส หรือเงินงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลและสิ่งจูงใจสำหรับข้าราชการธุรการและลูกจ้างประจำของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ประจำปีงบประมาณ 2555 จำนวน 10 ล้านบาท นั้น ก่อให้เกิดความสงสัยว่าเป็นการตอบแทน กรณีอัยการสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฐานสั่งฆ่าคนเสื้อแดง และการสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานก่อการร้ายก่อนหน้าในเหตุการณ์เดียวกัน
ข้อเท็จจริงในการให้โบนัสแก่องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นผู้ประเมินผลงาน และจัดสรรตามค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพ ซึ่งทางอัยการได้ค่าคะแนนเฉลี่ย 3.7101
ทั้งนี้ ครม.กลั่นกรอง เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เห็นชอบในหลักการให้ อสส.ได้รับโบนัสเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน ขณะเดียวกัน อสส.ได้ชี้แจงถึงแหล่งที่มาของวงเงินที่มาจากงบประมาณเหลือจ่ายมาดำเนินการ บวกกับ อสส.ไม่มีหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระจึงเข้าเกณฑ์กระทรวงการคลังที่สมควรได้รับโบนัสย้อนหลัง ปี 2555
สำหรับหลักเกณฑ์แจกโบนัสดังกล่าว อสส.ได้รับเทียบเท่ากับข้าราชการพลเรือนทั่วไป กล่าวคือ การจัดสรรโบนัสแบ่งเฉลี่ยได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าราชการระดับต้น ได้รับ 2,800 บาท ระดับกลาง ได้รับ 2,500 บาท และระดับผู้บริหาร ได้รับ 2,000 บาทต่อคน







