
ขุนค้อนนัดดันนิรโทษสุดซอย31ต.ค.
"สมศักดิ์"นัดประชุมพิจารณาร่าพ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย 31 ต.ค. อ้างคนในคุกขอร้องให้เร่งประชุม อัดพวกต่อต้านให้ลองไปอยู่ในคุกดู
"สมศักดิ์"นัดประชุมพิจารณาร่าพ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย 31 ต.ค. อ้างคนในคุกขอร้องให้เร่งประชุม อัดพวกต่อต้านให้ลองไปอยู่ในคุกดู
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้นัดประชุมสภาฯนัดพิเศษในวันที่ 31 ต.ค.เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ในวาระที่ 2 และ 3 ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว
เมื่อถามว่าการนัดประชุมสภาฯดังกล่าวเป็นการเร่งรีบเกินไปหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของข้อบังคับการประชุม และ รัฐธรรมนูญทุกประการ โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องด่วน ส่วนความเห็นต่างว่าด่วนหรือไม่ด่วน หรือเร่งรัด ก็เป็นการมองต่างมุม”
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการพิจารณากฎหมายนี้จะก่อให้เกิดการชุมนุม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะวาระที่ 1 ได้พิจารณาเสร็จแล้วจึงต้องพิจารณาต่อในวาระที่2และ3อยู่แล้ว ถ้าไม่เรียกประชุมในวันที่ 31 ต.ค.นี้ก็ต้องเรียกประชุมในสัปดาห์หน้าอยู่ดี”
เมื่อถามย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ทั้งที่ยังมีกฎหมายฉบับอื่นค้างการพิจารณาของสภาฯเป็นจำนวนมาก นายสมศักดิ์ ตอบทันทีว่า “ก็คนส่วนใหญ่บอกว่าช้า ผมถึงบอกว่านี่คือการมองต่างมุม ฝ่ายหนึ่งบอกรวบรัด ฝ่ายหนึ่งบอกว่าช้า”
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเร่งรีบครั้งนี้เป็นเพื่อประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ กล่าวทันทีอีกว่า “ต้องไปถามคนที่อยู่ในคุกเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มองต่างมุม แต่ในข้อเท็จจริงเราต้องคืนความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย นี่คือหลักการ”
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ข้อสรุปว่าแต่ละฝ่ายจะได้เวลาอภิปรายเท่าไหรคงต้องอยู่ที่ข้อตกลงระหว่างวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล แต่คิดว่าการพิจารณาในวาระที่2และ3ไม่น่าจะเสร็จทันภายในวันเดียว เพราะต้องเปิดโอกาสให้พูดคุยกันตามความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามย้ำไปอีกว่านี่เป็นการทำตามใบสั่งหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวอย่างติดตลกว่า “ถ้าจะมีใครสั่งก็สั่งมาจากในคุกนั่นแหละ ตั้งแต่วันแรกที่ผมมารับตำแหน่งก็มีคนพูดว่าผมรับใบสั่งมาโดยตลอดแต่ผมได้เคยเปิดใจที่ประชุมสภาไปแล้ว และคงเป็นเรื่องของระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน ถ้าจะถามว่าด่วนหรือไม่ส่วนตัวเห็นว่าด่วน ถ้าใครบอกไม่ด่วนก็ลองไปติดคุกดู การจะปรองดองกันได้จะต้องคืนความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายจะยกเว้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ถ้าจะคืนก็ต้องคืนยกเข่งแต่ถ้าจะไม่คืนก็ไม่คืนทั้งเข่งเช่นกัน นี่คือหลักกฎหมาย หลักความเป็นธรรม”
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯเข้าข่ายเป็นกฎหมายการเงินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีข้อสงสัยอาจจะต้องเรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ 35 คณะตามรัฐธรรมนูญเพื่อขอมติชี้ขาดว่าเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับทุกอย่าง
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสภาฯระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ถือว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงในการประเมินสถานการณ์ โดยถ้าฝ่ายความมั่นคงเห็นว่ามันไม่มั่นคงก็คงประสานงานมาที่สภาฯต่อไป อย่างไรก็ตาม การประกาศชุมนุมของฝ่ายค้านเพื่อต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมคิดว่าเป็นสิทธิที่จะทำได้แต่จะมีความเหมาะสมหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง







