
ล้างผิดเหมาเข่งเสื้อแดงแตกก๊ก
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทะลุซอยของพรรคเพื่อไทยกำลังสร้างแรงปั่นป่วนในจุดยืนเเละอุดมการณ์ในเครือข่ายคนเสื้อแดงอย่างหนัก
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทะลุซอยของพรรคเพื่อไทยกำลังสร้างแรงปั่นป่วนในจุดยืนเเละอุดมการณ์ในเครือข่ายคนเสื้อแดงอย่างหนัก เนื่องจากเนื้อหาตามมาตราหลักของร่างที่จงใจใส่เงื่อนไขแบบ “ยื่นหมูยื่นแมว” ส่งผลให้มวลชนจำนวนไม่น้อยเเสดงความ “ต้องการ” ผลที่ตามมาจากเนื้อหาร่าง ขณะที่มวลชนอีกจำนวนมหาศาลก็เกิดความ “รับไม่ได้” กับ การสอดแทรกเนื้อหานิรโทษถ้วนหน้า
กล่าวคือ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวสร้างสถานการณ์บีบบังคับให้คนเสื้อแดงต้องเลือกเส้นทางที่ว่า ถ้าหากต้องการ “อิสรภาพของนักโทษการเมือง” และ “การกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นการล้างคดี 98 ศพ ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ ไปจนถึงทหารทุกระดับชั้นให้พ้นโทษทั้งหมดประหนึ่งเหตุการณ์สลายการชุมนุม ปี 2553 ไม่เคยเกิดขึ้น
เกมกระดานของเพื่อไทยที่ดันทุรังไปผูก เงื่อนไขนี้ไว้ด้วยกัน จึงก่อให้เกิดแรงระส่ำในเครือข่ายคนเสื้อแดงออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรก คือ กลุ่มที่รับได้ให้มีการนิรโทษกรรม แกนนำ ผู้สั่งการ กับอีกกลุ่มที่ต้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เหตุการณ์ เม.ย.พ.ค. 2553 จบอย่างมืดดำไร้คำตอบว่าใครคือ “ผู้รับผิดชอบ” การตายของประชาชนเกือบร้อยชีวิต
กลุ่มที่รับได้ต่อการนิรโทษกรรม แกนนำ ผู้สั่งการนั้นแยกออกเป็นหลายปีกที่ต่างมีเหตุผลสนับสนุนความเชื่อของตัวเองแตกต่างกัน แต่ปีกที่น่าผิดหวังที่สุด คือ กลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทยสายเสื้อแดง ที่ลืมน้ำลายที่เคยพ่นบนเวทีปราศรัย พลิกลิ้นกลับใจอ้างว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้า ยกสารพัดแม่น้ำทั้ง 5 โดยเฉพาะเหตุผลที่ว่า หากไม่นิรโทษให้ถ้วนหน้าเท่ากับขัดหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญมาตรา 30 แต่เหตุผลที่อ้างกลับขัดแย้งกันเอง เพราะคนกลุ่มนี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ว่า หากถวิลหาความเสมอภาคจริง เหตุใดจึงทิ้งเนื้อหาในวรรคสอง มาตรา 3 ว่ายกเว้นผู้ต้องหาคดีความกฎหมายอาญามาตรา 112
ทั้งนี้ สส.รวมถึงแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทย ยังคงหลีกเลี่ยงการยอมรับว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ต้องการนั่นก็คือการอยากให้อดีตนายกฯ กลับเข้าประเทศไทย เพราะประเมินทิศทางลมแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ หากยังปล่อยให้ทหาร ชนชั้นนำไทยมีคดี 98 ศพติดหลัง จึงต้องล้างคราบเลือดให้ถ้วนหน้า
ถึงกระนั้นครั้นจะให้บอกตรงๆ ว่า ถ้าไม่นิรโทษให้อภิสิทธิ์ ทหาร ทักษิณไม่ได้กลับบ้านนั้น ก็หวั่นเจอข้อครหาว่าเอาการกลับประเทศของคนคนเดียวแลกชีวิต 98 วีรชน จึงต้องคิดเปลี่ยนเหตุผลอื่นแบบไหลลื่น โดยการยกอิสรภาพของนักโทษการเมืองมาโหนในทำนองว่า “หากร่างไม่ผ่าน นักโทษไม่ได้ออก” ดังนั้นเราต้องช่วย “คนที่ยังมีชีวิต” ก่อน พริบตาเดียวพรรคเพื่อไทยจึงกลายร่างจากพรรคที่คนเสื้อแดงหวังให้ช่วยเหลือนักโทษเป็นพรรคที่นำชีวิตนักโทษมาแบล็กเมล์กลุ่มที่ต้านการนิรโทษเหมาเข่งอย่างน่าผิดหวัง
เชื้อพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้กระจุกอยู่ในผู้แทนฯ และแกนนำ แต่ยังลุกลามแพร่กระจายออกไปในบรรดาหัวหน้ากลุ่มม็อบจัดตั้ง และแกนนำท้องถิ่น ที่มีสายใย สายเงิน เกาะเกี่ยวผูกโยงกับแกนนำ และ สส.พรรค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาคีพลังประชาชน (ภปช.) ของ พงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา (เล็ก บ้านดอน) กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) รวมถึง ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ที่ประกาศจุดยืนชัดว่า เอาทักษิณกลับบ้านเท่านั้นที่ต้องการ ตั้งแต่เมื่อครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ เข็นร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเหมาเข่ง 6 มาตราเร่งทำคะแนนเข้าตานายใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ สส.เพื่อไทย ยืมมือกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตอีกฝ่ายมาดิสเครดิตกลุ่มญาติที่คัดค้านการนิรโทษกรรมสุดซอย โดยรูปการณ์นี้เลี้ยงเชื้อมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่กลุ่มญาตินำโดย พะเยาว์ อัคฮาด แม่ กมนเกด อัคฮาด พยาบาล อาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับญาติวีรชน ก็มี สส.เพื่อไทยจัดตั้งกลุ่มญาติอีกฝั่งมาค้านให้ยืนยันสนับสนุนร่างวรชัย เหมะ จนเกิดภาพความขัดแย้งระหว่างญาติสองกลุ่ม กรณีดังกล่าวยังเกิดแนวคิด ขัดแย้งโจมตีไปมาระหว่างกัน โดยกลุ่มคน เสื้อแดงโจมตีกลุ่มพะเยาว์ว่า ไม่นึกถึงการ ช่วยเหลือนักโทษการเมือง ขณะที่ญาติกลุ่มพะเยาว์ก็ย้ำจุดยืนว่าต้องการช่วยนักโทษ แต่ผู้เสียชีวิตต้องมีผู้รับผิดชอบเช่นกัน
อาการ “ลืม” หาตัวคนสั่งฆ่าของคนเสื้อแดงกลุ่มที่ผูกโยงกับพรรคเพื่อไทยทั้งที่เคยทักท้วงทวงหาผู้รับผิดชอบมาตลอด 3 ปีนั้น จึงแตกออกไปอยู่บนทางคนละเส้นกับ กลุ่มญาติพะเยาว์ รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงฝ่ายปัญญาชน สายนักวิชาการ สมบัติ บุญงามอนงค์ กลุ่มแดง 112 ตลอดจนเครือข่าย นักคิด นักเคลื่อนไหว ที่ยืนยันไม่ต้องการให้ เม.ย.พ.ค. 2553 ซ้ำรอยประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเหตุการณ์นิรโทษกรรมผู้สั่งการในอดีตทุกครั้งหลังมีการสั่งสลายการชุมนุมของประชาชนนั้นสะท้อนบทเรียนว่า หากยิ่งนิรโทษยิ่งมีการเข่นฆ่า
อีกทั้งแดงปีกค้านเหมาเข่งกลุ่มนี้เห็นว่าแทบไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องผูกคดีความทักษิณ อภิสิทธิ์ สุเทพ และแกนนำไว้กับคดีการชุมนุมของประชาชน เพราะยิ่งเกิดความเสี่ยงให้ล้ม ทั้งร่าง ยกเว้นแต่เพียงว่า พรรคเพื่อไทยจงใจใช้นักโทษการเมืองเป็น “เครื่องมือ” ให้นำไปสู่การ ออกกฎหมายล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่แรก
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยน้ำมือของ เพื่อไทยนำมาสู่ความขัดแย้งทางจุดยืนและอุดมการณ์อย่างหนัก โดยต้นตอเรื่องนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่พรรคเพื่อไทยไปผูกสารพัดเงื่อนไขให้รวมอยู่ในร่างเดียวกัน เพียงเพื่อหวังให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน หากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ฝ่าแรงต้านจนประกาศใช้ได้สำเร็จ เชื่อได้ว่าความขัดแย้งทางจุดยืนจะยิ่งตอกเป็นสองฝั่งจนร้าวลึก จนขบวนการเสื้อแดงจะอ่อนแรงลง เเละในที่สุดจะส่งผลกลับมากัดกร่อน “เกราะ กำบัง” ที่เคยแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทยเอง







