
ยุโรปกระอัก
สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ประกาศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ดังเช่นสหรัฐนั้น ก็เพื่อฉุดให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง หลังจากที่ค่าเงินเยนได้รับผลกระทบจากการใช้คิวอีในสหรัฐ ทำให้ในช่วงก่อนหน้านี้นั้นค่าเงินเยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ประกาศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ดังเช่นสหรัฐนั้น ก็เพื่อฉุดให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง หลังจากที่ค่าเงินเยนได้รับผลกระทบจากการใช้คิวอีในสหรัฐ ทำให้ในช่วงก่อนหน้านี้นั้นค่าเงินเยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาคธุรกิจของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างจัง เพราะเมื่อค่าเงินเยนแข็ง บริษัทเอกชนญี่ปุ่นซึ่งขายสินค้าไปทั่วโลกรับเงินเป็นดอลลาร์ เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินเยนก็ได้น้อยลง หนำซ้ำค่าเงินเยนแข็งยังทำให้ต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นสูงขึ้นไปด้วย
นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ในช่วงที่ผ่านมานั้น เอกชนญี่ปุ่นหลายรายถึงกับบักโกรก ศักยภาพการแข่งขันในเชิงธุรกิจลดฮวบ เป็นเพราะเงินเยนแข็งค่านี่เอง
ดังนั้น ธนาคารกลางญี่ปุ่นซึ่งถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ มาอย่างหนักนั้น จึงตัดสินใจออกมาตรการคิวอีแบบสหรัฐ และก็สำเร็จครับ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงมาเรื่อยๆ เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็เริ่มกระเตื้องขึ้น
ในเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก ณ เวลานี้ มีทั้งธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางอังกฤษ ที่ใช้นโยบายคิวอีพิมพ์แบงก์หว่านลงระบบ เพื่อฉุดให้ค่าเงินของตัวเองไม่แข็งจนเกินไป
มีแต่ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี นี่แหละครับ ที่ยังไม่มีการใช้มาตรการคิวอีเหมือนกับที่อื่นๆ ดังนั้นในเวลานี้ค่าเงินยูโรจึงแข็งปั๋ง แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนจะยังอยู่ในช่วงถดถอยก็ตามที
สถานะของเหล่าเอกชนในยุโรปกำลังตกอยู่ในสถานะย่ำแย่เหมือนกับที่บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นเคยประสบมา ที่ประสบปัญหาค่าเงินแข็งค่าจนกระทบกับผลกำไรของบริษัท
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเงินในหลายประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในช่วงนี้ก็อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จากความวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดมาตรการคิวอี ทำให้กระแสทุนไหลออกกลับไปยังสหรัฐต่อเนื่องนานหลายเดือน
นั่นยิ่งทำให้บริษัทข้ามชาติในยุโรปอาการหนักมากขึ้นไปอีกครับ ผลกำไรที่ได้จากการขายสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ยิ่งขายยิ่งกำไรลด เพราะเงินยูโรกำลังแข็งปั๋งช่วงนี้
ปัญหาที่ญี่ปุ่นเคยเจอ กำลังมาซ้ำรอยที่ยุโรป และอาจจะยิ่งกดดันให้อีซีบีกระทำอะไรบางอย่าง แต่ดังที่รู้กันครับ ว่าอีซีบีไม่อยากจะงัดมาตรการคิวอีออกมาเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่มีแรงกดดันอย่างหนักจากภายในยูโรโซนเอง
งานนี้ยุโรปสาหัสครับ เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่อยู่แล้วด้วย







