
โรงพักดีหรือแย่ วัดอย่างไร?
มีสถานที่อยู่สองแห่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากไป คือ โรงพยาบาลกับโรงพัก แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็คงมีแต่เพียงที่สองแห่งนี้เท่านั้น ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง จนอาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีแม้กระทั่งประตู
มีสถานที่อยู่สองแห่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากไป คือ โรงพยาบาลกับโรงพัก แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็คงมีแต่เพียงที่สองแห่งนี้เท่านั้น ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง จนอาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีแม้กระทั่งประตู
โรงพักที่กล่าวไว้นั้น เป็นเสมือนสถานที่รวมเหตุการณ์ความเดือดร้อนของชาวบ้าน จนบางครั้งกลายเป็นที่พบปะชุมนุมก็ว่าได้ ต่อมาโรงพักที่เป็นที่พักพิงจริงๆ ของชาวบ้านได้รับการพัฒนาและมีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเรียกว่า “สถานีตำรวจ”
สถานีตำรวจเป็นหน่วยงานที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในสถานีตำรวจมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีวันหยุด การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำสถานีตำรวจต่างๆ นั้น ต้องสัมผัสกับประชาชนตลอดเวลาในฐานะเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” จึงอาจกล่าวได้ว่างานในระดับสถานีตำรวจคือหัวใจสำคัญ และถือว่าเป็นจุดแตกหักของหัวหน้าสถานีตำรวจที่ต้องให้ความสำคัญ และถือเป็นนโยบายหลักของ ผบ.ตร.ทุกยุคทุกสมัย
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สนั่น บุญเผื่อน ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองฉะเชิงเทรา มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร) โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สาเหตุของการสั่งย้ายครั้งนี้ เกิดจากการที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พบว่าการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดในเรื่องของการรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่เอื้อต่อการบริการประชาชน และการอำนวยความยุติธรรม โดยเฉพาะในห้องควบคุมผู้ต้องหามีการเขียนข้อความต่างๆ ที่ผนังห้องเป็นจำนวนมาก และสกปรกไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งสภาพบริเวณโดยรอบของสถานีตำรวจหลายจุด แสดงถึงการที่ผู้บังคับบัญชาระดับสถานีตำรวจปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ดังกล่าว
การลงโทษหัวหน้าสถานีตำรวจดังกล่าว ถือเป็นการแสดงจุดยืนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่หัวใจของการบริการประชาชนอยู่ที่สถานีตำรวจ
อนึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีโครงการการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนที่ได้ยกระดับการพัฒนาจน สน.บุคคโล ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 11 หน่วยของประเทศไทยที่ถูกเสนอเข้าชิงรางวัล United Nation Public Service Award ประจำปี 2011 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลที่ UN จะพิจารณามอบให้แก่องค์กรหรือหน่วยงานที่ให้บริการสาธารณชนดีเยี่ยม สืบเนื่องจาก สน.บุคคโล ได้รับรางวัลสถานีตำรวจเพื่อประชาชนมา 3 ปีซ้อน ด้านการให้บริการและอำนวยความสะดวกจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนที่ไปติดต่องานราชการ
โครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน มุ่งเน้นการให้บริการประชาชน ทั้งบนสถานีตำรวจและเขตพื้นที่รับผิดชอบ ด้วยการนำหลักการบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) หลักบริการด้วยความเต็มใจและใส่ใจ (Service Mind) และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (Result Base Management) และมีการวัดผลลัพธ์หรือความพึงพอใจของประชาชนเป็นสำคัญในช่วงปลายปีทุกปี
Model หรือรูปแบบของโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน สรุปได้ดังนี้
ในการแข่งขันตามโครงการ โรงพักที่ได้รับการประเมินเป็นที่ 1 ของทุกภาค จะมารับรางวัลในวันตำรวจ (13 ต.ค.) ของทุกปี ในปีนี้มีโรงพักที่เป็นที่ 1 ของแต่ละภาคจำนวน 11 โรงพัก จึงขอกล่าวไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติของหน่วยงาน ดังนี้
สน.พลับพลาชัย 1 บชน.
สภ.ปากเกร็ด ภ.จว.นนทบุรี ภาค 1
สภ.แสนภูดาด ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ภาค 2
สภ.โนนสูง ภ.จว.นครราชสีมา ภาค 3
สภ.พล ภ.จว.ขอนแก่น ภาค 4
สภ.แม่สะเรียง ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ภาค 5
สภ.แม่สอด ภ.จว.ตาก ภาค 6
สภ.บางเลน ภ.จว.นครปฐม ภาค 7
สภ.เมืองชุมพร ภ.จว.ชุมพร ภาค 8
สภ.กันตัง ภ.จว.ตรัง ภาค 9
สภ.เบตง ภ.จว.ยะลา ศชต.
โรงพักดีเด่นดังกล่าวนี้ หัวหน้าสถานีตำรวจจะได้รับรางวัลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งกฎเกณฑ์ไว้ คือได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน หัวหน้าสถานีตำรวจที่ปล่อยปละละเลย ไม่เอาใจใส่การพัฒนาโรงพักของตนเอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่มีหลักเกณฑ์ในการลงโทษ ยกเว้นเมื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงไปตรวจพบเองดั่งเช่นที่โรงพักเมืองฉะเชิงเทรา โดนตรวจพบและถูกลงโทษดังกล่าว
ผู้เขียนเห็นว่า เพื่อให้งานของโรงพักได้รับการพัฒนาโดยทั่วถึงกันทุกแห่ง นอกจากจะมีการแข่งขันเพื่อรับรางวัลดีเด่นแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำไว้ด้วยว่า แต่ละโรงพักจะต้องผ่านเกณฑ์วัดอย่างไร หากผ่านเกณฑ์วัดจะมีรางวัลอย่างไร เช่น ให้งบประมาณเพิ่ม ให้ขั้นเงินเดือนเพิ่มเป็นโควตาสูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีบทลงโทษสำหรับสถานีตำรวจที่ไม่ผ่านเกณฑ์ไว้ด้วย
รางวัลและการลงโทษดังกล่าว ต้องประกาศเป็นนโยบายชัดเจนตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้ทุกสถานีตำรวจได้รับทราบ และจะได้ลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ ไม่ใช่เร่งรัดทำกันแค่สองสามเดือนสุดท้าย เพราะนโยบายของผู้บังคับบัญชาไม่ชัดเจนอย่างที่เป็นมา
ผลประโยชน์จะได้ตกกับประชาชนผู้รับบริการอย่างเต็มที่ตลอดปี และประชาชนจะเป็นผู้ชี้เอง วัดเองว่าโรงพักนี้ดีหรือแย่อย่างไร?







