
ธาริตแยกสำนวนฟ้องรายคดีมาร์ค-สุเทพสั่งให้ฆ่าคน
ดีเอสไอเผยจ่อแยกสำนวนหลังอัยการสูงสุด สั่งฟ้องอภิสิทธิ์-สุเทพ ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่า-พยายามฆ่าโดยเจตนา คดีสลายเสื้อแดง
ดีเอสไอเผยจ่อแยกสำนวนหลังอัยการสูงสุด สั่งฟ้องอภิสิทธิ์-สุเทพ ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่า-พยายามฆ่าโดยเจตนา คดีสลายเสื้อแดง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่งคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. หลังจากที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองคนในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนา ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2553
นายธาริต ระบุว่า ดีเอสไอจะแยกสำนวนการสั่งฟ้องตามที่รับเป็นเลขคดีก่อนหน้านี้ โดยไม่รวมเป็นกรรมเดียว เว้นแต่กรณีการเสียชีวิตและบาดเจ็บในสถานที่และเวลาเดียวกัน เช่น คดีการเสียชีวิตของกลุ่ม นปช.6คน ในพื้นที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นมาจากคำสั่งของ ศอฉ.เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,000 คน และเสียชีวิต 89 คน
ทั้งนี้ ดีเอสไอส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพในคดีที่มีหลักฐานเชื่อว่าการเสียชีวิตเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่กลับไปให้พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุแล้ว 52 ราย และศาลมีคำสั่งแล้ว 15 ราย และมีสำนวนการไต่สวนส่งกลับมายังดีเอสไอ 13 ราย โดยทั้งหมดยังไม่รวมคดีข้อหาพยายามฆ่าคนตายซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 1,000 คน
นอกจากนั้น นายธาริต ยังระบุว่า จะไม่มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติ แม้จะมีพยานหลักฐานชัดเจน เนื่องจากได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 70 และความผิดเกิดจากการออกคำสั่งของ ศอฉ. ที่สั่งการให้มีการใช้กระสุนจริงควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุม
พร้อมทั้ง เปิดเผยถึงพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม หากมีการออกบังคับใช้ ผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะได้รับผลประโยชน์ไม่ต้องรับโทษไปด้วย แต่หากร่างกฎหมายนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ดีเอสไอก็ดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ







