
ชาวสวนชุมพรขู่ระดมพลหากสลายม็อบยาง
ชาวสวนยางชุมพรประกาศพร้อมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ หากรัฐบาลสลายกลุ่มผู้ชุมนุมปิดถนนเพชรเกษมที่ประจวบฯ
ชาวสวนยางชุมพรประกาศพร้อมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ หากรัฐบาลสลายกลุ่มผู้ชุมนุมปิดถนนเพชรเกษมที่ประจวบฯ
นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ นายก อบต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ ในฐานะประธานชมรมนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายนพพร อุสิทธิ์ ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.สวี ได้เชิญบรรดานายก อปท.ชุมพร และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันประมาณ 50 คน เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางเคลื่อนไหวในการเรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการแก้ปัญหายางพาราและปาล์มน้ำมันมีราคาตกต่ำ โดยมี นายชุมพล จุลใส สส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมหารือด้วย
จากนั้นผู้ร่วมประชุมทั้งหมดได้ร่วมกันแถลงสรุปได้ว่า หลังจากชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันได้ร่วมกันชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการรับซื้อยางพาราในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และรับซื้อปาล์มน้ำมันในราคากิโลกรัมละ 6 บาท แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือที่น่าพอใจ แม้รัฐบาลรับปากว่าจะช่วยเหลือด้วยการลดต้นทุนการผลิตให้ไร่ละ 2,520 บาท ซึ่งในจ.ชุมพรมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ประมาณ 29,000 ราย แต่ขณะนี้กลับมีการขึ้นทะเบียนได้ประมาณ 160 คนเท่านั้น ถือว่าช้ามากๆ จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล 2 ข้อคือ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรตามที่มีการรับปากเอาไว้ ซึ่งเกษตรกรยังยืนยันให้รัฐบาลหามาตรการรับซื้อยางพาราในกิโลกรัมละ 100 บาท และปาล์มน้ำมันในราคากิโลกรัมละ 6 บาท 2.กรณีที่มีเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันชุมนุมเรียกร้องที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หากรัฐบาลสั่งใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ ชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันใน จ.ชุมพร ก็พร้อมเคลื่อนไหวใหญ่ทันที
“การเคลื่อนไหวจะเป็นในลักษณะใด ต้องมีการหารือกับเครือข่ายชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันใน 14 จังหวัดภาคใต้ก่อน กรณีที่ถามว่าจะมีการปิดถนนสายหลักด้วยหรือไม่ คิดว่าการปิดถนนคงเป็นมาตรการสุดท้าย แต่ในชั้นแรกคงจะพุ่งเป้าไปที่สถานที่ราชการ ซึ่งถือเป็นตัวแทนของรัฐบาลในพื้นที่ก่อน เมื่อคืนที่ผ่านมา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมากล่าวหาว่าการชุมนุมของชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันเป็นม็อบการเมืองที่มีนักการเมืองอักษรย่อ ฉ.กับ ส.อยู่เบื้องหลัง ถือเป็นสิ่งที่น่าละอายมาก เพราะนายพร้อมพงศ์ก็เป็นคนใต้ซึ่งรู้ดีว่าการทำสวนยางกับสวนปาล์มนั้นเขาทำกันอย่างไร อะไรคือต้นทุนที่แท้จริง อะไรคือความอยู่รอดของเกษตรกร จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาดูข้อมูลที่แท้จริงว่า อะไรคือการเสแสร้งแกล้งทำ อะไรคือการเมือง เพราะรัฐบาลมีกลไกในการหาข้อมูลที่ถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนที่รัฐบาลชอบบอกว่าเกษตรกรภาคอื่นเข้าใจหมดแล้วยกเว้นในภาคใต้เท่านั้น คิดว่ารัฐบาลต่างหากที่ไม่เข้าใจคนใต้” นายกฤษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามการปิดถนนคงเป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่จะทำให้รัฐบาลหันมาให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างจริงจัง ทราบว่าวันที่ 31 ต.ค.นี้ เกษตรจังหวัดชุมพรจะมีการประชุมเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นเกษตรกรจะให้เวลารัฐบาลไม่เกิน 1 เดือน หากยังไม่มีความชัดเจน หรือบอกว่าต้องรอไปอีก 7 เดือน เกษตรกรคงไม่สามารถรอได้







