
จับตาชิ้นส่วนดาวเทียมตกใกล้ประเทศไทย
จิสต้า ได้หนังสือเตือนชิ้นส่วนดาวเทียมอินเดียตก กระทบจราจรทางอากาศและการเดินเรือ
จิสต้า ได้หนังสือเตือนชิ้นส่วนดาวเทียมอินเดียตก กระทบจราจรทางอากาศและการเดินเรือ
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) หรือจีสด้าเปิดเผยว่า สทอภ. ได้รับหนังสือแจ้งจากศูนย์อวกาศสตีศธวันประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการส่งดาวเทียมสำรวจดาวอังคาร PSLV-C25 (The Polar Satellite Launch Vehicle) ขึ้นสู่วงโคจรระหว่างวันที่ 21 ต.ค. - 20 พ.ย. 56 และจากการประสานระหว่าง 2 หน่วยงาน คาดการณ์ว่าศูนย์อวกาศสตีศธวัน ได้กำหนดปล่อยดาวเทียมในวันที่ 5 พ.ย. นี้ เนื่องจากมีสภาพอากาศเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาคือวงโคจรของดาวเทียม PSLV-C25 ผ่านประเทศไทย ทำให้ดาวเทียมที่ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศครั้งนี้อาจมีชิ้นส่วนของดาวเทียมตกใกล้กับประเทศไทย
นายอานนท์ กล่าวต่อว่า ชิ้นส่วนทั้งหมดจะตกลงในทะเลโดยชิ้นส่วนที่จะตกใกล้ประเทศไทยมากที่สุด จะอยู่ในทะเลอันดามันนอกชายฝั่งจังหวัดพังงาประมาณ 360 กิโลเมตร โดยถังเชื้อเพลิงที่คาดว่าจะตกในทะเลอันดามันใกล้กับประเทศไทยเป็นชิ้นส่วนสุดท้าย หรือชิ้นที่ 5 ซึ่งถูกปล่อยจากจรวดที่อยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่ตกลงมายังพื้นโลกจะเกิดการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้ชิ้นส่วนของถังเชื้อเพลิงที่ตกลงสู่พื้นโลกจะมีขนาดที่เล็กมาก ที่ผ่านมาในปี 1-2 ปีที่ผ่านมา ชิ้นส่วนดาวเทียมของประเทศจีน ได้ตกลงมาในภาคอีสานของไทย โดยไม่มีการประสานแจ้งเตือนมาก่อน
อย่างไรก็ดี โอกาสที่ชิ้นส่วนดาวเทียมชิ้นเดี่ยวหรือขนาดเล็กจะตกลงมายังพื้นโลกมีน้อยมาก ซึ่งตามหลักการแล้วจะมีการแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการบินที่อาจได้รับผลกระทบ ให้เครื่องบินและเรือหลีกเลี่ยงเส้นทางปล่อยดาวเทียมซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับเครื่องบินและเรือที่อยู่ในระบบสากล แต่อาจมีเรือประมงไทยที่ไม่ได้อยู่ในระบบควบคุมการจราจรทางเรือที่เคร่งครัด จึงจำเป็นต้องแจ้งเตือน
"สทอภ. จำเป็นต้องแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อป้องกันการเข้าใจที่ผิดพลาดหากได้รับข้อมูลจากที่อื่น หรือมีการสื่อสารผิดพลาดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้คนตื่นเต้นตกใจ" นายอานนท์กล่าว
ทั้งนี้ ดาวเทียมที่ปล่อยจากศูนย์อวกาศสตีศธวัน เกาะศรีหริโกฏาการคาดการณ์ชิ้นส่วนจากจรวดที่จะตกลงมายังพื้นโลกจำนวน 5 ชิ้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลวิถีการนำส่งที่ได้รับจากกระทรวงอวกาศของอินเดีย พบว่าเส้นทางนำส่งจะพาดผ่านน่านฟ้าจากมหาสมุทรอินเดียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก โดยจะผ่านภาคใต้ของประเทศไทยบริเวณจังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง
สำหรับ ดาวเทียม PSLV-C25 เป็นดาวเทียมวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอินเดีย ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร อีกหนึ่งเป้าหมายของการสำรวจอวกาศที่หลายประเทศให้ความสนใจ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศอินเดียได้ส่งดาวเทียมขึ้นสูงวงโคจรเป็นจำนวนมาก
ในขั้นตอนของการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร มีชิ้นส่วนที่จำเป็นเป็นต้องปล่อยลงสู่พื้นโลกจำนวน 5 ชิ้น ประกอบด้วยถังเชื้อเพลิงในขนาดที่แตกต่างกัน โดยถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่สุดเนื่องจากต้องใช้เชื้อเพลิงในการนำส่งจำนวนมาก จะตกอยู่ใกล้กับบริเวณที่ปล่อยดาวเทียมซึ่งคาดว่าจะตกใกล้กับประเทศอินเดีย ในขณะที่ถังเชื้อเพลิงชิ้นที่เหลือซึ่งมีขนาดลดหลั่นกันลงมาคาดว่าจะตกในทะเลอันดามัน







