
ศอฉ.ยึด 'วิภาวดีโมเดล' กำราบนปช.
รัฐบาลใช้มาตรการเข้มข้นขึ้น ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงและผู้ให้การสนับสนุนด้านหนึ่ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้สั่งการให้ตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงแดง ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะบังคับใช้กฎหมายอย่างที่ทำมาแล้วที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ประกาศกร้าวว่า ไทยยังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างชาติในการแก้ไขปัญหาเพื่อสกัดการขยับของพรรคเพื่อไทย
นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศอฉ.ได้ให้โอกาสกับผู้ชุมนุมมานานแล้ว เพราะอ้างว่าชุมนุมด้วยหลักสันติ อหิงสา ไม่สร้างความเดือดร้อน แต่บัดนี้ปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจต่อความเสียหายเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงสิทธิของคนอื่น ไปตั้งด่านเถื่อนทั้งที่ไม่มีอำนาจตรวจค้นประชาชน บางครั้งถึงขั้นละเมิดคุกคามผู้คน บางรายถูกหยิบทรัพย์สิน ศอฉ. จึงยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้
“
ถ้าชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง เช่น ที่ราชประสงค์ก็ว่าไปเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าออกมาชุมนุมด้านนอกและสร้างความเดือดร้อนมาคุกคามประชาชน ก็จะใช้กำลังเข้าไปแก้ไขสถานการณ์อย่างที่ได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ถนนวิภาวดี ย่านอนุสรณ์สถาน” นายสุเทพ กล่าวด้านนายกษิตได้เปิดเผยที่อินโดนีเซียว่า รัฐบาลไทยยังคงควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ และยังไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากนานาชาติในเวลานี้
ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ประชุมลับกับ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลและวิเคราะห์เส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการชุมนุมและการก่อความไม่สงบ โดยมิได้มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งได้ถอนเงินจากสถาบันการเงินในจำนวนปริ่มๆ จะถึง 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นลักษณะทำธุรกรรมที่มีเจตนาจะเลี่ยงการเบิกถอนให้ถึงเกณฑ์ดังกล่าวไม่เช่นนั้นต้องแจ้งธนาคาร แล้วธนาคารต้องรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามกฎหมาย
“
มีการเบิกเงินเช่นนี้จำนวนมาก จนผิดปกติ กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง” แหล่งข่าวระบุ






