posttoday
ซ้อมใหญ่ก่อนรับศึกซักฟอก

ซ้อมใหญ่ก่อนรับศึกซักฟอก

28 ตุลาคม 2556

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การเมืองในสัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญส่วนหนึ่งอยู่ที่วุฒิสภา เนื่องจากจะมีการเปิดอภิปรายรัฐบาลเป็นการทั่วไป โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ในวันที่ 28 ต.ค.

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ คือ การเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินต่อที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายกับการอภิปรายในมาตรา 179 เพียงแต่มีความแตกต่างกันตรงที่การอภิปรายภายใต้มาตรา 161 จะดำเนินการเฉพาะในส่วนของวุฒิสภา ส่วนมาตรา 179 จะเป็นกรณีการประชุมร่วมของรัฐสภาที่คณะรัฐมนตรีจะขอรับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

นอกจากนี้ การเปิดอภิปรายในมาตรา 179 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีสามารถแจ้งไปยังประธานรัฐสภาเพื่อเปิดอภิปรายได้ทันที โดยไม่ต้องให้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อเสนอญัตติเหมือนกับการอภิปรายตามมาตรา 161 ที่เปิดประชุมได้ก็ต่อเมื่อมี สว.เข้าชื่อ 1 ใน 3 ของ สว.ที่มีอยู่ (คิดเป็น 50 คน จาก สว.ปัจจุบันทั้งหมด 149 คน)

สำหรับการเปิดอภิปรายของวุฒิสภาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา “วราเทพ รัตนากร” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐมนตรีคนสำคัญในรัฐบาลได้กำชับหนักแน่นว่าขอให้ ครม.เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง

ที่สำคัญรัฐบาลได้เตรียมตัวมารับมือกับ สว.ฝีปากกล้าเอาไว้แล้ว โดยคาดว่า สว.จะมุ่งถล่มรัฐบาลใน 2 เป้าใหญ่ ได้แก่ 1.ปัญหาเศรษฐกิจที่พุ่งเป้าไปที่โครงการรับจำนำข้าวเป็นพิเศษ และ 2.ปัญหาการบริหารราชการในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ ตามญัตติที่ สว.จำนวน 61 คนได้เสนอเอาไว้

“ตลอดระยะเวลาสองปีเศษที่ผ่านมา สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือกก็ดี การรับจำนำมันสำปะหลังก็ดี การรับจำนำหอมแดงก็ดี ล้วนก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบมากมาย...

...ในขณะเดียวกันยังนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตและฉ้อราษฎร์บังหลวงที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศอย่างกว้างขวางและซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต” สาระสำคัญในญัตติของ 61 สว.

ขณะที่ สว.ได้จัดทีมอภิปรายเอาไว้เป็น 3 ทีมด้วยกัน

1.ทีมถล่มปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนนี้จะเปิดโอกาสให้ สว.ที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) 3 คณะนำทีมอภิปราย ได้แก่ “คณะ กมธ.การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน” ที่มี วิชุดา รัตนเพียร สว.สรรหา เป็นประธาน ซึ่งเป็นคณะ กมธ.ที่เพิ่งออกรายงานชำแหละนโยบายประชานิยมของรัฐบาลได้สร้างภาระการคลังถึง 5.4 แสนล้านบาท

ตามด้วย “คณะ กมธ.การเกษตรและสหกรณ์” ที่มี วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สว.สรรหา เป็นประธาน โดยเป็นหนึ่งในคณะ กมธ.ที่ได้ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวมาโดยตลอด และ “คณะ กมธ.เศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม” ที่มี บุญชัย โชควัฒนา เป็นประธาน ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคณะ กมธ.ของวุฒิสภาชุดแรกๆ ที่ตรวจสอบนโยบายประชานิยมและส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ

2.ทีมถล่มปัญหาการเมือง นำโดยกลุ่ม 40 สว. อาทิ “สมชาย แสวงการ” “ไพบูลย์ นิติตะวัน” “ประสาร มฤคพิทักษ์” สว.สรรหา เตรียมหยิบประเด็นการเดินหน้าแก้ไขร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมืองเวอร์ชั่นสุดซอยมาซักถามรัฐบาล พ่วงด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลพยายามรวบรัดขั้นตอนให้เร็วขึ้น ดังจะเห็นได้จากกรณีที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำร่างแก้ไขที่มาของ สว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ไต่สวน

3.ทีมถล่มปัญหาการบริหารงานทั่วไป กลุ่มนี้จะเป็นทีมของกลุ่ม สว.ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคเพื่อไทย โดยการอภิปรายจะหนักหน่วงเท่ากับ สว. 2 กลุ่มแรก แต่จะเน้นการให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายรอบนี้สำหรับรัฐบาลแล้วไม่มีความหนักใจมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากไม่มีการลงมติ จึงไม่ต้องกังวลต่อการคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา แต่ใช่ว่ารัฐบาลจะละเลยไม่ให้ความสนใจไปเสียทีเดียว ดังจะเห็นได้จากท่าทีของรัฐบาลจากการประชุม ครม.ครั้งล่าสุด

สาเหตุประการหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอภิปรายในวันนี้มากเป็นพิเศษนั้นมาจากมรสุมที่รุมเร้ารัฐบาลอยู่ในเวลานี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่านับตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยเกิดขึ้นมา ได้เกิดกระแสโจมตีมาที่ “ยิ่งลักษณ์” อย่างเลี่ยงไม่ได้ ความพยายามหลบฉากของนายกฯ ด้วยการอ้างว่า “เป็นเรื่องของสภา” เริ่มฟังไม่ค่อยขึ้น

เพราะไม่อาจหลีกหนีความจริงไปได้ว่า พรรคเพื่อไทยคือรัฐบาล และรัฐบาลคือพรรคเพื่อไทย

แม้ว่ารัฐบาลจะประกอบไปด้วยหลายพรรค แต่ สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้ลงมติรับหลักการของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ด้วย ประกอบกับเนื้อหาของกฎหมายยังอาจมีผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้รับการนิรโทษกรรม จึงไม่แปลกที่นายกฯ ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องไปด้วย

จังหวะนี้เองรัฐบาลจึงไม่รอช้าที่จะเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภา ทั้งๆ ที่ 61 สว.ได้เข้าชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานวุฒิสภาเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาก็ไม่มีบรรยากาศตึงเครียดเหมือนกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้วุฒิสภายังมีความอะลุ่มอล่วยมากกว่าและไม่ได้อภิปรายคาดคั้นกันจนเกินไป จะมีบ้างแต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่า “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา จะคุมเกมได้ และช่วยให้รัฐบาลสามารถใช้เวทีนี้ชี้แจงต่อสังคมผ่านวุฒิสภาได้อย่างราบรื่น

ดังนั้น การอภิปรายในวันนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเวทีทดสอบเบื้องต้นของรัฐบาลก่อนจะไปเจอศึกใหญ่ช่วงปลายเดือนบนสังเวียนสภาในศึกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระที่ 2 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน พ.ย.ที่กำลังจะมาถึง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง