
ประชาไหว้ขอร้องแกนนำม็อบสวนยางเปิดถนน
รองนายกรัฐมนตรีถึงกับยกมือไหว้แกนนำเปิดถนนเพชรเกษม ด้านหอการค้าหวั่นยืดเยื้อทำสินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน
รองนายกรัฐมนตรีถึงกับยกมือไหว้แกนนำเปิดถนนเพชรเกษม ด้านหอการค้าหวั่นยืดเยื้อทำสินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรอการเจรจากับแกนนำภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ที่ยังปักหลักชุมนุมที่บริเวณริมถนนเพขรเกษม โดยตั้งเวทีปราศรัยด้านข้างโรงพยาบาลสัตวแพทย์บ้านศรีนคร
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเวลา 18.15 น.นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่าย ฯ พร้อมแกนนำจำนวน 6 คนได้เดินทางมาถึงห้องประชุม โดยยื่นข้อเสนอจำนวน 5 ข้อให้ที่ประชุมรับทราบ โดยระบุว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาราคายางและปาล์มน้ำมัน ซึ่งแตกต่างกับการใช้งบประมาณกว่า 4 แสนล้านบาทเพื่อรับจำนำข้าวจากชาวนา
การประชุมลุล่วงถึงเวลา 19.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ประชา ได้ยกมือไหว้แกนนำพร้อมกับขอร้องให้แกนนำภาคีเครือข่ายเปิดผิวการจราจรบนถนนเพชรเกษม เนื่องจากทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เดือดร้อนและมีผลกระทบกับปัญหาเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การเจรจายังไม่มีข้อยุติตามข้อเสนอของภาคีเครือข่าย ชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ โดย พล.ต.อ.ประชาเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาข้อยุติ ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการรแก้ปัญหา แต่แกนนำเครือข่ายฯอ้างว่าจะต้องไปชี้แจงกับชาวบ้านที่กำลังปิดถนนก่อน ซึ่งไม่แน่ใจว่าชาวบ้านจะยินยอมหรือไม่ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ยกเลิกมติ ครม.ที่จ่ายค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาท เพื่อนำมาชดเชยราคายาง กก.ละ 100 บาท แต่ พล.ต.ประชา แจ้งว่าไม่มีอำนาจตัดสินใจเพียงผู้เดียว
ด้านนายปรีดา เยี่ยมสวัสดิ์ รองประธานหอการค้า จ.ชุมพร ฝ่าย โลจิสติกส์ และผู้จัดการ บริษัท ศิริมงคลโลจิสติกส์ จำกัด กล่าวว่า ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง รถที่อยู่ระหว่างเดินทางได้สั่งให้หยุดเดินทางและจอดรถในที่ปลอดภัยที่สุด ตั้งแต่ปิดถนนถึงวันนี้มีสินค้าที่ต้องส่งด่วนจำนวนหนึ่ง ได้ใช้ทางเบี่ยง ซึ่งลำบากมากสำหรับรถขนาดใหญ่ ทำให้เสียเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง วันนี้(27 ต.ค.56) เป็นวันอาทิตย์ การส่งสินค้ามีไม่มากนัก เนื่องจากหลายบริษัททางภาคใต้จะปิดกิจการในวันอาทิตย์ แต่สำหรับวันจันทร์ สินค้าทุกอย่างจะต้องส่งตามปกติ หากมีการปิดถนนทั้งหมดทุกเส้นทาง จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารทะเล อาหารสด ผักสด
นายปรีดา กล่าวอีกว่า สินค้าที่จะได้รับผลกระทบ คือ สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำดื่ม และสินค้าอาหารที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมในภาคกลาง ส่วนสินค้าจากภาคใต้ที่จะได้รับผลกระทบคือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสินค้าอุตสาหกรรมส่งออก ซึ่งกลุ่มสินค้าที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ กลุ่มสินค้าส่งออกเพราะจะมีการวางแผนการขนส่งไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น ยางอัดแท่ง และไม้อัดจากต้นยางพารา และอื่นๆ หากส่งสินค้าไม่ทันประเทศไทยก็จะถูกลดความน่าเชื่อถือมาตรฐานสากลด้านโลจิสติกส์
อย่างไรก็ตามส่วนมูลค่าความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ มูลค่าส่วนใหญ่จะเป็นมูลค่าของสินค้า การขนส่งรับผิดของเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ถ้ามีการปิดการขนส่งทั้งหมด ก็ต้องเสียหายมาก ความเสียหายที่เกิดจากการปิดถนน ประกันภัยจะไม่จ่ายค่าเสียหาย เพราะอยู่นอกเหนือสัญญา สิ่งที่อยากจะร้องขอคือ ขอให้รัฐบาลและกลุ่มปิดถนนรีบเจรจา หาข้อยุติโดยเร็วเพราะความเสียหายจะเพิ่มขึ้นตามตัวหากมีการปิดถนนหลายวัน







