คุณพุ่ม จินตกวีสตรีผู้เก่งกล่า (1)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นยุคทองของศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรม เป็นต้นกำเนิดของจินตกวีที่สำคัญหลายคน คนหนึ่งคือสุนทรภู่ แต่มีจินตกวีอีกท่านหนึ่งถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่าสุนทรภู่ แต่ก็เป็นที่กล่าวขานเล่ากันต่อๆ มาให้เป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน คือ คุณพุ่ม สาวน้อยรูปงามฝีปากกล้าและเชื่อมั่นในตนเองที่มีฉายาว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง”
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นยุคทองของศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรม เป็นต้นกำเนิดของจินตกวีที่สำคัญหลายคน คนหนึ่งคือสุนทรภู่ แต่มีจินตกวีอีกท่านหนึ่งถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่าสุนทรภู่ แต่ก็เป็นที่กล่าวขานเล่ากันต่อๆ มาให้เป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบัน คือ คุณพุ่ม สาวน้อยรูปงามฝีปากกล้าและเชื่อมั่นในตนเองที่มีฉายาว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง”
คุณพุ่มเกิดเมื่อปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นธิดาของพระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ยังดำรงพระอิสริยยศในที่ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในตำแหน่งจางวางภู่ จนกระทั่งพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จางวางภู่ก็ได้ติดตามรับใช้สนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิดเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบ้านเดิมของสุนทรภู่ กวีเอกในรัชกาลที่ 2 ที่ท่าพระให้เป็นที่อยู่อาศัยของจางวางภู่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้พระบรมมหาราชวัง ในขณะที่จางวางภู่ได้ถวายธิดา คือ คุณพุ่มให้เข้าไปรับใช้เบื้องพระยุคลบาทเป็นข้าราชสำนักฝ่ายในตำแหน่งพนักงานพระแสง ทั้งยังได้อุทิศบ้านเดิมสร้างเป็นวัดน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงได้รับพระราชทานนามวัดนั้นว่า “วัดคฤบดีอาวาส” ซึ่งมีความหมายว่าเป็นวัดของผู้มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย
หลังจากเข้ารับราชการฝ่ายในได้ไม่นาน คุณพุ่มผู้ซึ่งถือตัวว่าเป็นธิดาของผู้มั่งคั่งและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าอยู่หัว ประกอบกับเป็นผู้หญิงที่รักความเป็นอิสรเสรี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว ไม่ชอบอยู่ในกรอบประเพณีใดๆ ก็เกิดความเบื่อหน่าย จึงกราบความบังคมลากลับบ้านโดยอ้างว่าไม่สบาย คุณพุ่มได้แสดงความสามารถในเชิงกวี จึงได้สมาคมคบหาสนิทสนมกับบรรดาเจ้านาย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในเชิงกวี จนเป็นที่เลื่องลือในปฏิภาณ สามารถ ความคมคายของคุณพุ่ม ซึ่งมักจะมีคนแวะเวียนมาต่อคารม ณ แพท่าพระ อันเป็นบ้านของคุณพุ่ม จนคุณพุ่มได้รับฉายาว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง” ในบรรดาผู้ที่ไปมาหาสู่เพื่อต่อคารมกับคุณพุ่ม นอกจากจะมีกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ นักแต่งเพลงยาวและสักวาชั้นยอดในเวลานั้นแล้ว ยังมีพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เมื่อครั้งยังรั้งตำแหน่งมหาดเล็กในที่หลวงนายสิทธิ์ รวมอยู่ด้วย
ความใกล้ชิดสนิทสนมของกรมขุนอิศเรศรังสรรค์กับคุณพุ่มนั้น เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้คนในวงชั้นสูงขณะนั้น ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของคุณพุ่มผู้ไม่ใส่ใจในกรอบประเพณีใดๆ แม้กรมขุนอิศเรศรังสรรค์จะเป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์ แต่คุณพุ่มก็สามารถเข้าไปแย่งพระแสงดาบอันเป็นของสูงประจำพระองค์ โดยไม่ได้หวั่นไหวกับคำครหาว่ากล่าวใดๆ ทั้งสิ้น
เป็นที่กล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงรุ่นหนุ่มนั้น ทรงมีลักษณะเป็นเอกในหลายด้าน ทั้งในการผจญภัยโลดโผน พระปรีชาสามารถด้านการรบการทหาร ตลอดจนวิทยาการสมัยใหม่ ภาษาและวรรณคดี มีพระบุคลิกเป็นผู้ที่รักสนุก สุภาพอ่อนน้อม มีคารมคมคาย แม้คุณพุ่มจะเป็นสาวงามมีชื่อเสียงเป็นจินตกวีฝีปากกล้า มีชายหนุ่มหมายปองมากมาย แต่ยังแพ้ใจและคารมคมคายอ่อนหวานของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังจะเห็นได้จากเพลงยาวตอนหนึ่งที่กรมขุนอิศเรศรังสรรค์เขียนประทานคุณพุ่ม โดยทรงเรียกพระองค์เองว่าน้อง ความว่า
อันธรรมดาหญิงชายทั้งหลายหมด
ควรกำหนดได้หรือหนอน้องขอถาม
ย่อมทุกข์โศกโรคร้อนทุกรูปนาม ใครไม่ห้ามหักได้ใจเจตนา
เป็นนิสัยประเพณีชาตรีบุรุษ มิรู้สุดสิ้นสวาทและปรารถนา
ควรหรือพี่ชั่งไม่คิดอนิจจา ให้อนุชาทุกข์ตรอมออมอาลัย
จะเห็นว่าน้องหมองจิตต์คิดขัดสน
เหมือนวนว่ายสายชลทะเลไหล
จะหมายฝั่งมหาสมุทร์ก็สุดไกล
จะพึ่งไม้ขอนน้อยไม่ลอยเคียง
จนอ่อนแรงสิ้นกำลังประทังว่าย ก็หมายใจว่าจะตายนี่แท้เที่ยง
ได้แต่กุศลผลสัตย์ไว้เป็นเสบียง
บำรุงเลี้ยงชีพว่ายอยู่หลายวัน
อันพี่นางอย่างเทพอัปสร ซึ่งขจรจากสถานพิมานสวรรค์
มาช่วยน้องในมหาสาครครัน
ให้รอดชีวันพันชลทนเวทนา
คุณพุ่มได้โต้ตอบกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ด้วยคารมคมคายอย่างไม่ตัดไมตรี ความว่า
พระวาจังหวังเกล้ากระท่อมเปรียบ ประทานเทียบเทียมเทพสรรเสริญ
เป็นอัปศรรักษาชลาเนิน สำหรับเชิญช่วยชีพให้พันชล
ก็ควรขอบซอบพระกำหนดอ้าง
แต่ใช่นางจะช่วยสุขทุกแห่งหน
จะขึ้นพ้นกระสินธ์สายที่ว่ายวน
นั่นกุศลส่วนพระองค์ดำรงชู
แล้วในที่สุดคุณพุ่มก็ถวายตัวเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์
ด้วยความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายในราชการสังกัดกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ คุณพุ่มก็ขอลาออกแล้วขอกลับเข้าไปรับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นข้าราชการฝ่ายใน ในพระบรมมหาราชวังดังเดิม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้มีบทพระราชนิพนธ์หยอกเย้าแฝงความนัยอันยอกย้อนถึงคุณพุ่ม ความว่า
“เจ้าช่อมะกอก เจ้าดอกมะไฟ
เจ้าเห็นเขางาม เจ้าตามเขาไป
เขาทำเจ้ายับ เจ้ากลับมาใย
เขาสิ้นอาลัย เจ้าแล้วหรือเอย”
เมื่อสิ้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และสิ้นบุญของบิดาแล้ว คุณพุ่มซึ่งเริ่มมีอายุมากขึ้นและมิปรากฏได้ตัดสินใจอยู่กินกับชายใด ประกอบกับราชสำนักในพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงมีพระราชนิยมในเชิงกวี หากแต่สนพระราชหฤทัยในเชิงดนตรี ปี่พาทย์ และการละครเสียมากกว่า ชีวิตของคุณพุ่มจึงไม่สนุกสบายเหมือนกาลก่อน จึงได้เข้าไปอยู่ในพระอุปการะของพระเจ้าลูกเธอฯ กรมหมื่นมเหศวรศิวลาส และพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร พระราชโอรสรุ่นใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรื้อฟื้นการเล่นสักวาขึ้นมา ทำให้เกิดวงสักวาในพระอุปการะของพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในขึ้นมาอีกหลายวง ถึงเวลานี้คุณพุ่มได้ถวายงานเป็นผู้บอกสักวาในพระอุปการะของสมเด็จฯ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร หรือทูลกระหม่อมแก้วของคนทั้งหลายในสมัยนั้น คุณพุ่มมีโอกาสไปตอบโต้สักวาหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานฉลองวัดบรมวงศ์อิศรวราราม จ.พระนครศรีอยุธยา ในปี 2420 กับหมื่นนิพนธ์พจนาคค์ (ดิศ) อาลักษณ์ ผู้ที่พยายามจะขุดคุ้ยความเก่าเกี่ยวกับความประพฤติอันไม่สมควรของคุณพุ่มที่เล่าขานกันต่อๆ มาในเรื่องอาจหาญเข้าไปแย่งพระแสงดาบจากกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ซึ่งคุณพุ่มก็ได้โต้ตอบอย่างคมคาย สักวาเมื่อครั้งกระนั้นมีความว่า
สักรวาปันหยีครูเจ้าชู้ใหญ่
แลเห็นไก่แพ้วิ่งนึกกริ่งจิต
อุณากรรณคนนี้เคยมีฤทธิ์
เมื่อครั้งติดสักรวาที่ท่าช้าง
แต่ยังสาวคราวเป็นบุษบา
ยังเข้าคร่าดาบอิเหนาเอามาบ้าง
อิเหนาเก่งนักเลงแท้ยังแพ้นาง
นี่อย่าวางเม็ดเหมือนคราวเป็นสาวเอย
แล้วคุณพุ่มก็โต้ว่า
สักรวาอุณากรรณเทวัญแปลง
แอบนั่งแฝงมุลี่ทำทีเก้อ
ไก่ปันหยีตีแพ้ชะแง้ชะเง้อ
คนร้องเออเสียงอึงตะลึงแล
ไก่เป็นรองร้องว่าเรื่องท่าพระ
พูดเกะกะว่ากล่าวความเก่าแก่
ว่าไปแย่งดาบฝรั่งที่หลังแพ
พูดให้แน่นะปันหยีข้อนี้เอยฯ


