
คิดละเอียด
นอกจากรัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วน ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวปลายปีนี้แล้ว ในส่วนของการส่งออก หากรัฐบาลหวังจะให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก รัฐบาลคงต้องลงรายละเอียดการวางยุทธศาสตร์มากกว่านี้
นอกจากรัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วน ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวปลายปีนี้แล้ว ในส่วนของการส่งออก หากรัฐบาลหวังจะให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก รัฐบาลคงต้องลงรายละเอียดการวางยุทธศาสตร์มากกว่านี้
เห็นได้จากตัวเลขล่าสุดของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ย. มูลค่า 19,303.7 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7.09% เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน นำเข้ามูลค่า 18,830.5 ล้านดอลลาร์ ลดลง 5.23% ทำให้เดือน ก.ย. เกินดุลการค้า 473.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเกินดุลครั้งแรกในรอบ 12 เดือน
แต่เมื่อมองภาพรวมการส่งออก 9 เดือน (ม.ค.ก.ย.) มูลค่า 172,139.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มแค่ 0.05% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน นำเข้ามูลค่า 189,813.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.21% ทำให้ 9 เดือนปีนี้ขาดดุลการค้า 17,674.2 ล้านดอลลาร์
แม้ตัวเลขล่าสุดเดือน ก.ย.จะออกมาแย่ แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันตัวเลขการส่งออกของปีนี้ ตามที่ปรับลดมาสองครั้งอยู่ที่ส่งออกทั้งปีนี้โต 34%
อย่างไรก็ตาม อีกหน่วยงานของรัฐอย่างธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ ได้ปรับลดตัวเลขการส่งออกปีนี้ลงไปจาก 4% รวดเดียวเหลือแค่ 1% และสิ่งนี้ยังเป็นเหตุผลหลักให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ในที่ประชุมมีมติปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงจากเดิม 4.2% เหลือ 3.7%
ตัวเลขการส่งออกที่ปีนี้คงเพิ่มขึ้นไม่มากดังกล่าว เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคาดกันอยู่แล้ว และไม่มีใครเชื่อกระทรวงพาณิชย์ที่พยายามยืนยันเป้าการส่งออกปีนี้จะโต 9% จากนั้นปรับลดมาเหลือ 7% หรือล่าสุดเหลือ 4% เพราะทางพาณิชย์ก็บอกอยู่แล้วว่าถ้าจะโตได้ขนาดนั้นการส่งออกช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ ต้องส่งออกถึงเดือนละ 2.29 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง 3 เดือนสุดท้ายของปีก่อนหน้านี้ ยังไม่มีเดือนไหนที่ไทยเคยส่งออกได้มากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเลย
ขณะที่เมื่อมองแง่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลหาทางช่วยเพิ่มการส่งออก นอกจากวางยุทธศาสตร์โดยแบ่งเป็น เช่น ประเทศตลาดหลัก ตลาดเกิดใหม่ ตลาดศักยภาพสูง ตลาดศักยภาพรอง แบ่งตามสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมแล้ว รัฐบาลควรพิจารณาในรายละเอียดบางสินค้าที่เป็นตัวส่งออกหลักๆ เหมือนที่หลายฝ่ายเสนอแนะ เช่น ในแง่โครงสร้างสินค้า ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีไม่สูง อาทิ พวกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แต่ตลาดโลกต้องการสินค้าเทคโนโลยีสูง อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การฟื้นตัวส่งออกช้ากว่าประเทศอื่นที่ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูง
ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการจะให้ส่งออก ซึ่งเคยเป็นสัดส่วน 70% ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก การแก้ปัญหาส่งออกคงต้องลงรายละเอียดให้ได้มากกว่านี้







