
ม็อบสวนยางพาราปิดถนนเพชรเกษม
ม็อบสวนยางพาราปิดถนนเพชรเกษมช่วงอ.บางสะพานน้อยวางเต็นท์ทั้งสองฝั่ง เส้นทางเบี่ยงสายบางสะพาน –หนองหัดไทติดหนัก
ม็อบสวนยางพาราปิดถนนเพชรเกษมช่วงอ.บางสะพานน้อยวางเต็นท์ทั้งสองฝั่ง เส้นทางเบี่ยงสายบางสะพาน –หนองหัดไทติดหนัก
ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลา 20.15 น. ชาวบ้านได้ดินทางมาปักหลักเปิดเวทีปราศรัยเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางที่บริเวณด้านข้างสถานีอนามัยศรีนคร ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องล่องใต้ ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย พร้อมนำเต็นท์มาวางปิดถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นและขาล่อง นอกจากนั้นชาวบ้านบางส่วนได้ช่วยกันตัดต้นไม้ข้างทางเพื่อใช้กีดขวางการจราจร พร้อมกับติดตั้งไฟส่องสว่างเนื่องจากจุดที่ชุมนุมไม่มีไฟถนน
ขณะที่มีชาวบ้านจำนวนมากได้เดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง และ คาดว่าการปิดถนนเพชรเกษมจะยืดเยื้อ ส่วนการใช้เส้นทางเบี่ยงสายบางสะพาน –หนองหัดไท มีการจราจรติดขัดอย่างหนักเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งระบายรถยนต์จำนวนมากที่เดินทางขึ้นล่อง14 จังหวัดภาคใต้ ในเขตเทศบาลตำบลบางสะพาน อ.บางสะพานน้อย และ ในเขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน
ทั้งนี้ในการปราศรัยของแกนนำ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า หากถึงเวลา 12 .00 วันที่27 ตุลาคม นี้ ถ้ารัฐบาลไม่ขึ้นราคายางพารา กก.ละ 100บาท และ ปาล์มน้ำมัน กก.ละ 6 บาท ชาวบ้านจะปิดถนนสายบางสะพาน – หนองหัดไทย หรือถนนสายเลียบชายทะเล เพื่อทำให้การจราจรทั้งภาคใต้เป็นอัมพาต
นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอบางสะพานน้อย กล่าวว่า การชุมนุมยังไม่มีเหตุรุนแรง เนื่องจากยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม ส่วนแกนนำในการชุมนุมยังไม่ได้เรียกร้องเพื่อต้องการพบกับบุคคลใดเพื่อเจรจายุติการปิดถนน ขณะที่ฝ่ายปกครองและตำรวจได้ประชุมหารือเพื่อเร่งเปิดผิวการจราจรให้เร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 17.35 น.หลังจากภาคีเครือข่ายเปิดเวทีปราศรัยนานกว่า 6ชั่วโมง นายธีรพงศ์ แก้วนวล แกนนำภาคีเครือข่ายชาวสวนยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ประกาศบนเวทีแจ้งให้ชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุม ออกไปปิดถนนเพชรเกษมบริเวณจุดกลับรถทั้งขาขึ้นและขาล่อง ทำให้การจราจรติดขีดยาวกว่า 20กิโลเมตร จากนั้นมีการเปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลที่ไม่ให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหา โดยมีการแยกเป็นอีกกลุ่งเพื่อเดินทางไปปินถนนอีกจุดหนึ่ง
สำหรับที่เวณจุดตรวจบ้านธรรมรัตน์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเวทีปราศรัย มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประจำจุดตรวจ แต่ไม่มีตำรวจปราบจลาจลเข้ามาทำหน้าที่ ทั้งนี้หลังจากมีการปิดถนนนานกว่า 30 นาที หน่วยงานภาครัฐยังไม่มีการเจรจากับแกนนำ และไม่มีการนำตำรวจปราบจลาจลเข้ามารักษาความเรียบร้อยแต่อย่างใด ขณะที่นายสุทธา ธรรมอำนวยสุข นายอำเภอบางสะเพาน กล่าวว่า จะไม่มีการนำตำรวจปราบจลาจลเข้ามาในพื้นที่เพราะอาจมีปัญหาบานปลาย แต่จะมีการเจรจาเพื่อขอให้เปิดผิวการจราจร
ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 -300 คนได้เดินเท้าระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ไปที่ริมถนนเพชรเกษมหน้าตลาดบ้านศรีนคร ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย เพื่อตั้งจุดปราศรัยแห่งใหม่ และยึดรถพ่วงบรรทุกรถยนต์ปิดถนนด้วย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมได้อนุญาตให้รถที่ติดค้างอยู่ในจุดที่ชุมนุม เดินทางต่อได้ จนสามารถระบายรถบนถนนออกจากจุดชุมนุมได้แล้ว และกลุ่มผู้ชุมนุมที่บ้านธรรมรัตน์ก็เคลื่อนมารวมอยู่ที่ ริมถนนเพชรเกษมหน้าตลาดบ้านศรีนคร ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย แทน เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีกว่า ไม่มีป้อมตำรวจ ไม่มีกล้องวงจรปิดของตำรวจที่นำไปติดเพิ่มเติม และไม่มีไฟส่องสว่าง และจุดชุมนุมที่ศรีนครนี้ แกนนำระบุว่า มีความปลอดภัยกว่าบริเวณหน้าตลาดบ้านธรรมรัตน์ โดยผู้ชุมนุมยังคงปิดถนนต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวยอมรับว่าหนักใจกับปัญหาการปิดถนน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวเกิดจากการเมืองภาคประชาชนมีความเข้มแข็งเป็นการเมืองภาคพลเมือง ในขณะที่การเมืองในระบอบรัฐสภาฝ่ายค้านซึ่งมีเสียงข้างน้อยไม่สามารถที่จะผลักดันนโยบายข้อเรียกร้องของชาวบ้านให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้
ทั้งนี้การชุมนุมดังกล่าวพิสูจน์ชัดเจนว่าไม่มีการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากแกนนำไม่อนุญาตให้นักการเมืองขึ้นเวที่ รวมทั้งนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พมธ. และ นายสุริยใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มกรีนซึ่งติดต่อผ่านแกนนำขอขี้นปราศรัย และมีบางกลุ่มพยายามชักชนให้ไปชุมนุมเคลื่อนไหวที่ กทม.







