posttoday
ญาติรับทหารกล้าเหยื่อคมกระสุนเซ่นม็อบแดงกลับมาตุภูมิ

ญาติรับทหารกล้าเหยื่อคมกระสุนเซ่นม็อบแดงกลับมาตุภูมิ

29 เมษายน 2553

พ่อแม่พลทหารกล้าเหยื่อกระสุนเซ่นชุมนุมเสื้อแดงเตรียมเดินทางรับศพลูกชายกลับบำเพ็ญกุศลบ้านเกิดบุรีรัมย์ท่ามกลางความโศกเศร้า

พ่อแม่พลทหารกล้าเหยื่อกระสุนเซ่นชุมนุมเสื้อแดงเตรียมเดินทางรับศพลูกชายกลับบำเพ็ญกุศลบ้านเกิดบุรีรัมย์ท่ามกลางความโศกเศร้า

ญาติรับทหารกล้าเหยื่อคมกระสุนเซ่นม็อบแดงกลับมาตุภูมิ

บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 43 ม.6 บ.ละกอ  ต.ดอนมนต์   อ.สตึก  จ.บุรีรัมย์  บ้านเกิดของพลทหารณรงค์ฤทธิ์   สาละ  อายุ 23 ปี ทหารสังกัดค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ที่ถูกยิงศีรษะเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่กรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่ 28 เม.ย.  ได้มีบรรดาญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านมาช่วยกันจัดเตรียมข้าวของ  เพื่อจัดงานศพให้กับ พลทหารณรงค์ฤทธิ์  ท่ามกลางความโศกเศร้า   

นางประสบ   สาละ  แม่พลทหารกล้า  กล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า  รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ไม่คาดคิดมาก่อนว่า เหตุความรุนแรงดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเอง  ซึ่งเป็นทหารเฝ้าดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม  แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกชายได้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง  และเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ   อย่างไรก็ตามไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับทหาร หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ อีก หากเป็นไปได้ก็อยากร้องขอให้ยุติการชุมนุม  

ด้านนายธวัชชัย  พ่อพลทหารณรงค์ฤทธิ์  เหยื่อกระสุน ได้ออกมาร้องขอให้เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับลูกชายจนเสียชีวิตในครั้งนี้ ให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย  จึงเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมและทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรงต่อกันเลย  หรือขอให้ยุติการชุมนุม เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข  เพราะไม่มีใครที่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง

พ่อพลทหารณรงค์ฤทธิ์  กล่าวอีกว่า  พลทหารณรงค์ฤทธิ์ เป็นลูกชายคนโต จากที่มีลูกทั้งหมด 3 คน และพลณรงค์ฤทธิ์ ก็เป็นความหวังหนึ่งที่จะได้พึ่งพาอาศัยหรือเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคต  และลูกชาย  ก็รักในชีวิตทหารเป็นอย่างมาก  และบอกกับครอบครัวว่า  หลังจากปลดประจำการในวันที่ 1 ต.ค.ที่จะถึงนี้  จะกลับมาเรียนต่อ เมื่อจบแล้วจะไปสอบนายสิบเพื่อเข้ารับราชการทหาร  มารับใช้ประเทศชาติบ้านเมือง ตามที่ตั้งหวังไว้   แต่ความใฝ่ฝันก็จะต้องจบสิ้นลง  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากฐานะครอบครัวที่ยากจน  และลูกชายคนโตที่เป็นความหวังหลักของครอบครัวได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือให้ลูกชายคนกลาง ได้เข้ารับราชการทหารตามความใฝ่ฝันของ พี่ชายที่เคยตั้งความหวังไว้   และอยากให้ลูกสาวคนเล็ก ได้เป็นพยาบาล  เพื่อจะได้คอยดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชรา  และช่วยเหลือรักษาประชาชนทั่วไปที่เจ็บป่วยด้วย

สำหรับศพพลทหารณรงค์ฤทธิ์  ญาติจะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านละกอ ต.ดอนมนต์  อ.สตึก  และจะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 7  พ.ค. 2553 ที่จะถึงนี้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล