
ชาวพุทธเมืองกาญจน์เย็บผ้าอาสนะ 1,200 กม.
พุทธศาสนิกชนต่างหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
พุทธศาสนิกชนต่างหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อย่างคับคั่ง ทั้งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และที่วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งทางวัดได้ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์และถวายน้ำสรงหน้าพระฉายาลักษณ์ภายในอาคารมนุษยนาควิทยาทาน ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด
วิภาดา จันทะลือ อายุ 55 ปี ผู้เข้าร่วมพิธีสรงน้ำพระศพได้เล่าว่า รู้สึกใจหาย ขณะที่ได้ฟังแถลงการณ์ที่สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ เพราะถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาของไทย ส่วนตัวเคารพและศรัทธาพระองค์ท่านในเรื่องคำสอนมานาน โดยเฉพาะการแยกแยะปฏิบัติผิดชอบชั่วดี ไม่ให้ยึดติดกับชีวิต รู้จักการปล่อยวาง ให้รู้ว่าความตายอยู่ใกล้กับเรา ทำให้เราไม่ใช้ชีวิตโดยประมาท
ชนกพร ทรงเจริญศรี อายุ 60 ปี กล่าวว่า ศรัทธาในตัวพระองค์ท่านมานาน และที่มาร่วมพิธีครั้งนี้เพราะสมเด็จพระสังฆราชเคยเสด็จไปทรงร่วมงานเผาบิดาตัวเองที่ จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ประทับใจคำสอนของพระองค์ท่านทุกเรื่อง เพราะเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็อยากให้คนไทยนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้
ชาติชาย ฝันภิรมย์ อายุ 44 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น มาถึงที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. และตามมาที่วัดบวรฯ เพื่อร่วมพิธีสรงน้ำพระศพ เพราะศรัทธาในตัวพระองค์ท่านและคำสอนที่ดีมากมาย
ขณะที่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างแสดงความอาลัย โดยที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสังฆราช มีกลุ่มข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ไปร่วมพิธีสรงน้ำพระศพหน้าพระรูปที่หอพระประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ท่าน้ำวัดเทวสังฆาราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และร่วมลงนามถวายความอาลัย
พระราชรัตนวิมล เจ้าอาวาสวัดกาญจนบุรีเก่า เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า คณะสงฆ์ได้ลงความเห็นร่วมกันว่า หลังจากที่สวดพระอภิธรรมเสร็จในแต่ละคืนตลอดช่วง 7 วัน จะนำญาติโยมนั่งสมาธิ เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสังฆราช และในวันที่ 1 พ.ย. พระสงฆ์จากทั้ง 13 อำเภอในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1,199 รูป จะสวดมนต์ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เพื่อส่งพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย
พระราชรัตนวิมล กล่าวอีกว่า พุทธศาสนิกชนชาว จ.กาญจนบุรี ตั้งใจจะเย็บผ้าอาสนะให้ได้ความยาว 1,199 กิโลเมตร รวม 1,199,000 ผืน โดยจะนำถวายพระสงฆ์ทั่วประเทศ เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสังฆราชในเรื่องความกตัญญูกตเวที
ที่ จ.นครราชสีมา วัดกว่า 2,500 แห่ง ติดตั้งธงตราสัญลักษณ์ เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระสังฆราช ที่ได้มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์พระพุทธศาสนา ที่ จ.หนองคาย พุทธศาสนิกชนไปแห่ซื้อแสตมป์ สายรัดข้อมือมหามงคล สมเด็จพระสังฆราช ที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อเก็บไว้บูชาและเป็นที่ระลึกหลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ส่วนที่พระอุโบสถวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง จ.ปัตตานี กลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน แต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีขาวและดำ เข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพต่อหน้าพระฉายาลักษณ์จนล้นออกมานอกพระอุโบสถ
นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระที่พิเศษมาก เนื่องจากทรงเป็น “พระป่า” ที่อยู่ในเมือง เพราะแม้พระองค์จะทรงจำวัดอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร แต่วัตรปฏิบัติของพระองค์ท่านไม่ต่างจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงตามหาบัว หรือหลวงปู่ชา สุภัทโท เพราะท่านเน้นในเรื่องฝึกปฏิบัติ ฝึกวิปัสสนา และทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ต่างจากพระในเมืองที่มักจะนั่งโซฟา เก้าอี้หลุยส์ หรือนั่งรถเบนซ์ ที่ญาติโยมถวาย แต่สมเด็จพระสังฆราชไม่เคยมี ทำให้พระป่านับถือสมเด็จพระสังฆราชทุกรูป
นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระที่สงบมาก โดยพระองค์ท่านจะนิ่ง ไม่เหลียวมอง ทอดพระเนตรต่ำ และเดินช้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของพระปฏิบัติ ต่างจากพระในเมืองหลายรูปที่เป็นพระ “โซเชียล” ที่เห็นนักการเมืองหรือข้าราชการผู้ใหญ่ก็จะเดินเข้าหาทันที







