
แก้รธน.ม.190ให้ดีขึ้น?
เนื้อหาที่เป็นประเด็นหลักของมาตรา 190 นี้ ซึ่งแต่เดิมมาไม่ว่าจะเป็นเลขมาตราใดในรัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม
เนื้อหาที่เป็นประเด็นหลักของมาตรา 190 นี้ ซึ่งแต่เดิมมาไม่ว่าจะเป็นเลขมาตราใดในรัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม ต่างก็เป็นบทบัญญัติของการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ผ่านทางฝ่ายบริหารในการทำหนังสือสัญญาต่างๆ โดยมีข้อยกเว้นของหนังสือสัญญาบางลักษณะที่พระมหากษัตริย์จะทรงใช้พระราชอำนาจผ่านทางฝ่ายนิติบัญญัติ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มาตรา 190 นี้เป็นบทบัญญัติให้อำนาจรัฐบาลในการทำหนังสือสัญญาลักษณะต่างๆ โดยมีบทบัญญัติยกเว้นหนังสือสัญญาบางลักษณะที่กำหนดให้รัฐบาลต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา นั่นคือรัฐธรรมนูญได้กำหนดเป็นกรอบกว้างให้รัฐบาลเป็นผู้แทนประเทศไทยในอันที่จะทำหนังสือสัญญาลักษณะต่างๆ โดยมีหนังสือสัญญาบางลักษณะที่ต้องให้ผู้แทนของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยเคยกล่าวไปแล้วว่ามีความเป็นผู้แทนของคนทั้งประเทศมากกว่ารัฐบาล เป็นผู้พิจารณาก่อนที่รัฐบาลจะสามารถไปทำหนังสือสัญญาลักษณะดังกล่าวได้
ในวรรคสองของมาตรา 190 ที่ยังไม่ได้แก้ไขมีถ้อยคำว่า “หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว”
ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่รัฐบาลนี้ได้เสนอไปนั้น ถ้อยคำในวรรคสองได้ถูกปรับเป็น “หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าหรือการลงทุน ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา”
ท่านผู้อ่านคงจะเห็นแล้วว่า “หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ” กลายเป็น “หนังสือสัญญา (ที่) มีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าหรือการลงทุน” โดยข้อสรุปง่ายๆ ของฝ่ายรัฐบาล รวมถึงฝ่ายราชการที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขก็คือ บทบัญญัติที่เป็นอยู่นั้นกว้างเกินไป
ทั้งนี้ การกล่าวอ้างเช่นนั้นหากไม่ได้คำนึงถึงวรรคห้ามาตรา 190 ความว่า “ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดประเภท กรอบการเจรจา ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป” ก็เสมือนหนึ่งว่าเป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย
ความกว้างหรือแคบของบทบัญญัติในวรรคสองนั้น แท้จริงถูกกำหนดโดยวรรคห้า ซึ่งก็ได้เคยมีการแก้ไขมาแล้ว เพื่อแก้ปัญหาความกว้างหรือแคบที่ว่ากันนั้น คราวหน้ามาอภิปรายกันถึงความกว้างหรือแคบ และผลการแก้ไขกัน







