posttoday
โชคดีที่รอดตัว

โชคดีที่รอดตัว

26 ตุลาคม 2556

กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผมเข้าไปเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระหว่างปี พ.ศ. 2536-2539

กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผมเข้าไปเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระหว่างปี พ.ศ. 2536-2539 ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน กรรมการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ เช่น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้แทนจากบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิก (โบรกเกอร์) ผู้แทนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ ในระยะนั้น ศ.สังเวียน อินทรวิชัย เป็นประธาน คณะกรรมการ (ปี พ.ศ. 2535-2538) และต่อด้วย ศ.ดร.โกวิทย์ โปษยานนท์ (ปี พ.ศ. 2538-2540)คุณเสรี จินตนเสรี เป็นกรรมการผู้จัดการตลาดฯ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในยุคนี้เป็นยุคพัฒนาสู่องค์กรกำกับดูแลตนเอง กล่าวคือ มีอำนาจกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิก สามารถออกข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก่อน

คณะกรรมการจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดฯ ปิดการซื้อขายแล้ว เพื่อให้กรรมการที่เป็นผู้แทนบริษัทสมาชิกและบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้สะดวกและเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน ผมเองก็ไม่เสียเวลาทำงานประจำ การประชุมใช้เวลาครั้งละประมาณ 3-4 ชั่วโมง บางครั้งเลิกประชุมแล้ว สมองยังค้างครุ่นคิดงานต่อ ทำเอานอนผวาและฝันร้ายบ้างเป็นครั้งคราว

ยุคนั้นยังไม่มีการห้ามสูบบุหรี่ในอาคารต่างๆ พวกสิงห์อมควันสามารถสูบบุหรี่ไปประชุมไปอย่างสบาย เราจึงต้องแบ่งกรรมการเป็นสองฟากระหว่างการประชุม พวกขี้ยาฝ่ายหนึ่ง และพวกสูดควันบุหรี่มือสองจากกลุ่มแรกอีกฝ่ายหนึ่ง แต่นั่นก็ยังไม่วายเมาควันบุหรี่หลังเลิกประชุมเป็นประจำ

ระยะนั้นเป็นช่วงที่ตลาดฯ เบ่งบาน มีบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนเป็นสมาชิกปีละ 40-50 ราย กรรมการหลายท่านต้องสละเวลาไปเป็นอนุกรรมการพิจารณารับจดทะเบียนด้วย ถ้าไม่ปฏิเสธบ้างงานจรทำท่าจะเป็นงานหลักไป เพราะการพิจารณารับบริษัทจดทะเบียนเป็นภาระหนักและมีความรับผิดชอบสูง กรรมการต้องศึกษา ตรวจสอบและกลั่นกรอง จนมั่นใจว่าบริษัทที่ประสงค์จะเข้าจดทะเบียนมีคุณสมบัติสมบูรณ์และเชื่อถือได้

คณะกรรมการให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับความโปร่งใสของบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน และความเป็นธรรมของกลไกของตลาดฯ เพราะถือว่าความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อขบวนการจัดการของตลาดฯ เป็นเรื่องสำคัญสูงสุดที่จะพัฒนาตลาดทุนของประเทศไปสู่ความเป็นสากล

กระนั้นก็ตาม เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดทุนเรื่องที่เกี่ยวกับความบกพร่องในเชิงปฏิบัติหรือการกระทำผิดโดยเจตนามีเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตัวอย่างเช่น การกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างราคาหลักทรัพย์ของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (BBC) การสั่งปิดการดำเนินการชั่วคราวของบริษัทเงินทุน เฟิสท์ซิตี้ อินเวสเมนท์ (FCI) อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างราคาหลักทรัพย์อีกหลายกรณี

รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

แต่เพราะขณะนั้นสภาพคล่องในระบบการเงินยังสูง และเงินทุนจากต่างประเทศยังไหลเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องผู้ลงทุนจึงมีความเชื่อมั่นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น มีการเก็งกำไรจากนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ผลักดันให้ระดับราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์สูงขึ้นอย่างไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ในที่สุดดัชนีราคาหุ้นถีบตัวขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 1,753.73 จุด เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2537 ซึ่งเป็นประวัติการณ์ที่ยังไม่ถูกลบล้างจนถึงวันนี้ ทำให้เกิดเศรษฐีชั่วคราวจากตลาดหุ้นจำนวนมาก

แต่นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศต่อมา ในปี พ.ศ. 2540

เป็นความโชคดีของผมที่ได้เป็นกรรมการในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเวลานั้น เพราะทำให้มิได้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากมาย เนื่องจากต้องป้องกันการครหาว่าใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เมื่อหุ้นตกลงมาเหลือเพียง 500 จุดเศษๆ ในปี พ.ศ. 2540 ผมเลยไม่เจ็บตัว

ในระหว่างปี พ.ศ. 2537-2538 ตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวนรุนแรงขึ้น เพราะระบบเศรษฐกิจไทยได้เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น วิกฤตอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ และการลดค่าเงินเปโซของประเทศเม็กซิโก ทำให้เกิดข่าวลือว่าจะมีการลดค่าเงินสกุลต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทยด้วย ทำให้เกิดการชะลอการลงทุนทั่วโลก และมีการเคลื่อนย้ายทุนจากเอเชียกลับไปทางโลกตะวันตก เป็นผลให้ตลาดหุ้นไทยลดความร้อนแรงลง

แม้บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในระยะนี้เริ่มชะลอตัว แต่บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ กลับมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นซับโบรกเกอร์ (SubBroker) เตรียมพร้อมที่จะเสนอค่าสมาชิกภาพเพื่อยกฐานะเป็นบริษัทสมาชิก ตามนโยบายตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเพิ่มจำนวนบริษัทสมาชิกโดยวิธีการประมูล เช่น เมื่อปี พ.ศ. 2532 และ 2534 คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติให้เปิดประมูลสมาชิกใหม่จำนวน 10 ราย ในปี พ.ศ. 2537-2538 ได้เงินเข้าเป็นกองทุนของตลาดเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท

จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกเพิ่มจาก 40 ราย เป็น 50 ราย ทันที ทำให้การต่อสู้แข่งขันแย่งชิงลูกค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น มีการลดค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือจ่ายผลประโยชน์คืนให้ลูกค้าในหลายรูปแบบ ที่เป็นการกระทำผิดข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ

เหตุการณ์เหล่านี้นำไปสู่การปรับโครงสร้างอัตรานายหน้าจากอัตราคงที่ คือ ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าการซื้อขาย เป็นอัตราที่ต่อรองกันได้ และในที่สุดนำไปสู่การเปิดเสรีค่านายหน้าโดยไม่มีขั้นต่ำ

ผลปรากฏว่าบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ประสบผลขาดทุนโดยถ้วนหน้า ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องประกาศโครงสร้างนายหน้าใหม่ โดยกำหนดอัตราขั้นต่ำที่ร้อยละ 0.25 ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69