โรงสีบุรีรัมย์เปิดจุดจำนำข้าวแล้ว1แห่ง
โรงสีบุรีรัมย์เปิดจุดจำนำข้าวแล้ว1แห่ง แต่ไร้เงาเกษตรกรนำข้าร่วมโครงการ
โรงสีบุรีรัมย์เปิดจุดจำนำข้าวแล้ว1แห่ง แต่ไร้เงาเกษตรกรนำข้าร่วมโครงการ
เมื่อวันที่ 25 ต.ค.นายปรารภ ลิไธสง การค้าภายในจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 ของจังหวัดบุรีรัมย์ว่า หลังจากคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัดได้รวบรวมรายชื่อโรงสีที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้ง 19 แห่งส่งให้ทางองค์การคลังสินค้า(อคส.) ตรวจรับรองและให้โรงสีที่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯมีการทำสัญญาและวางเงินค้ำประกันกับ อคส.ตามขั้นตอน
ทั้งนี้ล่าสุดทางองค์การคลังสินค้า (อคส.)ได้อนุมัติรับรองคุณสมบัติโรงสีที่สมัครเข้าร่วมโครงการทั้ง 19 แห่งแล้ว หลังล่าช้ามานานร่วมเดือนและขณะนี้ก็ได้มีโรงสีที่ทำสัญญาและวางเงินค้ำประกันกับ อคส.ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ สามารถเปิดรับจำนำข้าวของเกษตรกรได้แล้ว 1 แห่ง คือ โรงมณีราชกิจ 2 ตั้งอยู่ที่ อ.พลับพลาชัย แต่ยังไม่มีเกษตรกรนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำแม้รายเดียว มีเพียงเกษตรกรบางส่วนที่จำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่าย และชำระหนี้สินได้นำข้าวที่เปลือกสดที่เก็บเกี่ยวใหม่ไปขายยังโรงสีเท่านั้น
อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงกลางเดือนพ.ย.นี้ เกษตรกรจะเริ่มทยอยนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการ สำหรับโรงสีอีก 18 แห่ง ที่ยังไม่สามารถเปิดรับจำนำได้เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการทำสัญญาและวางเงินค้ำประกันนั้นก็คาดว่าจะสามารถทยอยเปิดได้ครบทุกแห่งในเร็วๆ นี้จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วไปตากให้แห้งก่อนนำไปเข้าร่วมโครงการจำนำ เพื่อจะได้ไม่ถูกหักความชื้นและได้เปอร์เซ็นต์ข้าวที่สูงอีกด้วย ส่วนมาตรการป้องกันการทุจริตหรือสวมสิทธิ์ในโครงการรับจำนำ
ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดก็จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปประจำจุดรับจำนำจุดละ 2 นาย ร่วมกับข้าราชการ 1 คน, เจ้าหน้าที่ อคส. 1 คน, ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ อคส. 2 คน และตัวแทนเกษตรกรอีก 3 คน จากเดิมมี 2 คน เพื่อร่วมตรวจสอบป้องกันการกระทำทุจริตซ้ำรอยปีที่ผ่านมา
นายปรารภ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลพบว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวกว่า 3.3 ล้านไร่ คาดการณ์ว่าปีนี้จะได้ผลผลิตกว่า 1.3 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้คาดว่าเกษตรกรจะนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำไม่ต่ำ 500,000 ตันที่เหลือนำขายตามท้องตลาด เก็บไว้บริโภค และทำพันธุ์เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป







