
จับยาบ้าล็อตใหญ่แก๊งยี่เซค่า 1,600 ล้าน
ผบ.ตร.แถลงร่วม ปปส.จับยาบ้าเครือข่าย พ.ท. ยี่เซ ยึดของกลาง 5.3 ล้านเม็ด มูลค่า 1,600 ล้านบาท
ผบ.ตร.แถลงร่วม ปปส.จับยาบ้าเครือข่าย พ.ท. ยี่เซ ยึดของกลาง 5.3 ล้านเม็ด มูลค่า 1,600 ล้านบาท
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สภ.นนทบุรี และเจ้าพนักงานชุดจับกุมในสังกัดกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 3 รายเครือข่ายพันโทยี่เซ คือ 1.นายยิ่งยง ธนวันต์วสุพล อายุ18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 1 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก 2. นายอนุกุล มนัสมโนธรรม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ที่ 9 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 5.3 ล้านเม็ด และรถยนต์จำนวน 3 คัน มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ-1358 ระยอง รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น วีโก สีดำ หมายเลขทะเบียน ถม-9686 กรุงเทพฯ โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง
สืบเนื่องจากวันที่ (18 ต.ค.56) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญทางภาคเหนือ มักจะใช้พื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นแหล่งพักยาเสพติดจำนวนมากเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการสืบสวนสะกดรอยเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อทำการตรวจค้นและจับกุม จากการสืบสวนทราบว่ามีนายอนุกุล ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้จัดชุดเฝ้าสังเกตการณ์
ต่อมาเวลาประมาณ 06.00 น.ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว โดยมีนายอนุกุล เป็นผู้ขับขี่ ออกจากบ้านเช่าเลขที่ 2/21 หมู่ 2 สุขาประชาสรรค์ 3 ซ.21 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยใช้เส้นทางถนนติวานนท์มุ่งหน้าถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จนกระทั่งเวลา 07.15 น.ได้มีรถยนต์กระบะทะเบียน ถม-9686 กรุงเทพฯ โดยมีนายอนุกุลฯ เป็นคนขับมาจอดต่อท้ายรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กฉ-1758 ระยอง เมื่อทั้งสองคนลงจากรถและได้ช่วยกันยกกล่องซึ่งบรรจุยาเสพติด จำนวน 4 กล่อง จากรถยนต์กระบะไปใส่ไว้ในรถยนต์เก๋ง
จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่พบว่าในกล่องมียาบ้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสอบถามนายอนุกุล ให้การยอมรับว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ที่บ้านเช่าในซอยวัดกู้ เลขที่ 2/21ผลการตรวจค้นภายในบ้านพบยาเสพติดอีก รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 2.3 ล้านเม็ด
ต่อมาวันที่ (24 ต.ค. 56) ขณะที่ ปปส.กำลังจะให้ผู้สื่อข่าวแถลงข่าวการจับกุมก็ได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของนายอนุกุลฯ ว่า”ได้โอนเงินเข้าบัญชีให้เรียบร้อยแล้ว ช่วยเอาของมาส่งให้ที่จังหวัดสมุทรสาครด้วย” จากนั้นผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำรถยนต์เก๋งฮอนด้า พร้อมยาบ้าจำนวนหนึ่งไปส่งเพื่อขยายผลและทำการจับกุมผู้ต้องหาได้
ส่วนอีกรายเวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของนายอนุกุล อีกว่า”ให้มารับยาบ้าที่ปั๊มน้ำมันแถวสระบุรี” จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวนายอนุกุล พร้อมรถยนต์กระบะไปรับยาบ้าตามที่นัด ได้ของกลางยาบ้าอีกจำนวน 3 ล้านเม็ด และผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย
โดยยาบ้าล็อตนี้ สืบทราบมาว่าจะลำเลียงมาตามเส้นทาง จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทางจังหวัดเลย และ เพชรบูรณ์ ก่อนเข้า กรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับได้ที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมยึดยาบ้าได้ 5 ล้านกว่าเม็ด อย่างไรก็ตาม ทราบว่ายาบ้าล็อตนี้ลำเลียงมาทั้งหมด 7 ล้านเม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามยาบ้าที่ยังจับไม่ได้อีกกว่า 2 ล้านเม็ด ก่อนจะถูกลักลอบนำไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้ง ต้องสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดถึงเส้นทางการลำเลียง เพื่อเพิ่มมาตรการในการสกัดจับก่อนจะแพร่ระบาดไปถึงเยาวชน
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่าจากการตรวจสอบเงินในบัญชีของผู้ต้องหา หรือผู้ลำเลียงยาเสพติด ช่วงเวลาปีเศษมีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 18 ล้านบาท สอบถามผู้ต้องหาแล้ว ให้การว่าได้รับค่าจ้างประมาณมัดละ 3,000 บาท มีการลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้ามาทั้งหมด 12 ล้านเม็ด ทางปปส.ได้ทำการสกัดกั้นยาเสพติดได้ในตอนนี้ประมาณ 6 ล้านเม็ด อย่างไรก็ตามเราจะทำการขยายผลเพื่อหายาเสพติดส่วนที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป







