posttoday
อย่าซื้อเวลา

อย่าซื้อเวลา

24 ตุลาคม 2556

ออกอาการน่าเป็นห่วงสถานะของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ติดระเบิดเวลาปัญหาหนี้เน่าสะสมยากที่จะเยียวยา

ออกอาการน่าเป็นห่วงสถานะของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ติดระเบิดเวลาปัญหาหนี้เน่าสะสมยากที่จะเยียวยา

เอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนไอแบงก์มีเอ็นพีแอลประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

ต้นตอปัญหาของธนาคารรัฐทั้งสองแห่งเหมือนกัน คือ การเป็นเครื่องมือของรัฐในการสนองนโยบายประชานิยมอย่างสุดโต่ง รวมถึงการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มพวกพ้อง และประเด็นสำคัญหนึ่งคือ ปัญหานักการเมืองเข้าไปวุ่นวาย การส่งพรรรคพวกที่ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจและการเงินเข้าไปเป็นกรรมการและผู้บริหาร

การหมักหมมปัญหาหนี้เสียของทั้งสองแบงก์ต่อเนื่องยาวนาน ไม่มีใครกล้าที่จะไปแตะต้อง เกรงจะสะดุดกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้เน่าทำแบบผลักปัญหาให้พ้นตัว คือ ใช้สูตรสำเร็จการแก้ไขปัญหาหนี้ด้วยวิธีการขยายระยะเวลาการปล่อยกู้ การรีไฟแนนซ์หนี้ ด้วยการปล่อยกู้เงินก้อนใหม่ไปล้างหนี้ก้อนเก่า ในขณะที่ไม่ได้คำนึงความสามารถการชำระหนี้ของลูกหนี้ เหมือนแปลงหนี้เสียให้กลายเป็นหนี้ดีในพริบตา ตัวเลขเอ็นพีแอลทางบัญชีลดฮวบ แต่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา

ในขณะเดียวกันยังมีปัญหาความขัดแย้งในองค์กร พวกเก่า พวกใหม่ และการขาดความสามารถการบริหารจัดการผู้นำองค์กรที่เป็นตัวแทนนักการเมืองที่มีอำนาจในรัฐบาลผลัดเวียนเข้ามานั่งเก้าอี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาวิกฤตทางความเชื่อมั่นและศรัทธา ทั้งภายในองค์กรเอง และภาพลักษณ์ข้างนอก ในที่สุดนำมาซึ่งปัญหาการสั่นคลอนในฐานะการเงินของแบงก์รัฐ 2 แห่ง ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่นและแห่ถอนเงินฝาก ในที่สุดก็เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง (แบงก์รัน) ทำให้รัฐบาลต้องออกใบสั่งการให้ธนาคารออมสินออกหน้ามาอุ้ม โดยเตรียมเงิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อที่จะเอามาช่วยเสริมสภาพคล่องแบงก์ทั้งสองแห่งนี้

ปัญหายังไม่จบแค่นี้ เหมือนยิ่งแก้ปัญหายิ่งกลับมาย้อนกลับรัดพันคอ แม้ว่ารัฐบาลพยายามที่จะอัดเงินเพิ่มทุน เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้ธนาคารรัฐทั้งสองแห่งนี้ โดยในงบประมาณปี 2557 เอสเอ็มอีแบงก์จะได้เงินเพิ่มทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท ส่วนไอแบงก์จะต้องใช้เงินเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากกระทรวงการคลัง 3,000 ล้านบาท ที่เหลือจะมาจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้ถือหุ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะทุ่มเงินเพิ่มทุนให้ธนาคารออมสินมาช่วยสภาพคล่อง แต่หากยังไม่กล้าที่จะผ่าตัดโครงสร้างที่บิดเบี้ยว หรือสะสางหนี้เน่าแบบเบ็ดเสร็จ ยิ่งจะทำให้ปัญหาลุกลามและยากเกินที่จะเยียวยาแก้ไข ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)เองก็หลังแอ่นที่แบกผลการขาดทุนจากนโยบายประชานิยม ทั้งโครงการจำนำข้าว พักหนี้เกษตร ฯลฯ แม้ว่ายังไม่ออกอาการเท่าไร แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะกลายเป็นปัญหาเนื้อร้ายเหมือนกับ 2 แบงก์นี้

ในที่สุดก็ไม่พ้นที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องรับกรรมที่จะเอาเงินภาษีไปโอบอุ้ม และถึงเวลาแล้วรัฐบาลต้องกล้าที่จะตัดเนื้อร้าย เพื่อที่จะไม่ให้เป็นมะเร็งลามทั้งระบบเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท