posttoday
ฝีมือคนไทย

ฝีมือคนไทย

24 ตุลาคม 2556

ในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เดินสายนำทีมผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านภาพยนตร์ และแอนิเมชั่น รวมๆ เกือบ 40 บริษัท โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ไปเปิดเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือน ส.ค. และญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาครับ

ในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เดินสายนำทีมผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านภาพยนตร์ และแอนิเมชั่น รวมๆ เกือบ 40 บริษัท โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ไปเปิดเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือน ส.ค. และญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาครับ

ผลที่ได้คือ ก่อให้เกิดการตั้งโต๊ะเจรจาซื้อขาย นัดหมายจ้างเหมาให้ผลิตระหว่างวงการภาพยนตร์และการ์ตูนไทยกับสองชาติข้างต้น ด้วยมูลค่ากว่าพันล้านบาท

นับว่าได้ผล...เกินคาด ตั้งโต๊ะโทรนัดเจอสัก 150 นัดในเกาหลี แต่นักธุรกิจเกาหลีเฮโลมาเข้าแถวรอลงนั่งสนทนาถึงเฉียด 200 นัด ส่วนที่ญี่ปุ่นกะไว้สัก 200 นัด พี่ยุ่นมาเพียบ รวมทั้งสิ้น 297 นัด

ผู้ประกอบการไทยหลายรายเป็นรายเล็กมากๆ แต่ฝีมือดี ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเปิดตัวขายของ ขายฝีมือเสนอผลงานของตัวต่อผู้ซื้อในต่างประเทศ ก็ได้ประสบการณ์ ได้ขายเป็นครั้งแรก...หลายรายนั่งคุยกับผู้มาเข้าคิวรอเจรจา (รายละ 20 นาที) แต่รวมทั้งสิ้น 15 รายรวด 5 ชั่วโมง จนไม่ได้เข้าห้องน้ำ...ทรมานใช้ได้...แต่ทั้งยิ้ม ทั้งฮา...ทุกคนบอกเอาอีก...เอาอีก

คนไทยมีฝีมือทางศิลปะที่ไม่แพ้ใครครับ...อาจขาดทักษะภาษาบ้าง ขาดทักษะธุรกิจที่แพรวพราวบ้าง ขาดมือการตลาดช่วยส่งเสริมบ้าง แต่ที่ชาวต่างประเทศล้วนพึงพอใจคือ ความยิ้มแย้มและยืดหยุ่น แม้ขี้อายอยู่หน่อย แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่คนทั้งโลกเขาสบายใจในการพบปะคบหา

ที่สำคัญ...ฝ่ายชาวต่างประเทศบอกว่า คนไทยไม่ค่อยกล้าปฏิเสธงานยาก แม้ผลงานที่ออกมาบางครั้ง ขาดนั่นขาดนี่ไปบ้าง แต่พัฒนาได้และไม่ค่อยอิดออดในการปรับปรุงแก้ไขงาน

ญี่ปุ่นเป็นตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และแอนิเมชั่นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมานาน (เพียงแต่ 23 ปีมานี้จีนแซง แต่ถ้าคำนึงว่าจีนตั้งพันล้าน ญี่ปุ่นร้อยล้านคน อุตส่าห์มียอดมูลค่าพอๆ กัน ก็นับว่าญี่ปุ่นเข้มข้นกว่าเยอะ) หนังญี่ปุ่นตั้งแต่หนังเด็กซูเปอร์ฮีโร่ รุ่นไอ้มดแดง (มาสก์ไรเดอร์) กันดั้ม จนถึงการ์ตูนสารพัดอย่าง โดราเอมอน ชินจัง ฮาโตริ โปเกมอน ตลอดจนซีรีส์ญี่ปุ่นและหนังใหญ่ของญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงกว่าทุกประเทศมาตลอด

มิหนำซ้ำในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ เมื่อปี 2008 ฮอลลีวู้ดทยอยส่งงานออกมาผลิตที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมหาศาล เพราะถูกกว่าทำเองในสหรัฐ...!

ผู้อ่านอาจจะงงว่า ญี่ปุ่นเนี่ยนะ...ถูกกว่า ทำไมไม่ไปจ้างฟิลิปปินส์ อินเดีย จีน ทำเล่า...จริงครับ แต่ฮอลลีวู้ดระดับพรีเมียม เพราะเขามีความเชื่อกันว่าจะทำให้คนดูในสหรัฐขาดความเชื่อถือ...ไม่นับประเด็นละเมิดลิขสิทธิ์หรือก๊อบความคิดเขาไปทำหนังเลียนแบบ ซึ่งจะทำให้หนังต้นฉบับของเขาขาดความสดใหม่ไป

จ้างญี่ปุ่น แม้แพงกว่าอีกหลายประเทศ แต่ก็ถูกกว่าทำในสหรัฐอยู่ดี อีกทั้งเทคโนโลยีด้านแอนิเมชั่นของญี่ปุ่น เป็นที่ยอมรับโดยสหรัฐมานาน กล้องถ่ายรูปจากญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ทุกครัวเรือนในสหรัฐต่างก็มีไว้ครอบครองโดยไม่ติดใจ ปัจจุบันกล้องจากเกาหลีเริ่มเข้ามาเบียดส่วนแบ่งออกไปมากขึ้น

สมัยก่อนญี่ปุ่นจ้างไทยผลิตแอนิเมชั่นอีกทอดหนึ่ง โดยมีสัญญาห้ามเปิดเผยว่าใครจ้างใครทำอะไร เพราะญี่ปุ่นเชื่อมั่นในฝีมือไทย เพียงแต่เดิมเป็นการตั้งบริษัทญี่ปุ่นในไทย แล้วหาจ้างผู้รับงานอิสระในไทยทำงานตามจ้างส่งให้

แต่คราวนี้เริ่มเป็นการจ้างตรงโดยบริษัทญี่ปุ่น เอาเรื่องราวและคาแรกเตอร์ตัวแสดงใส่มือบริษัทไทย แล้วให้บริษัทไทยไปวาดผ่านคอมพิวเตอร์ดำเนินเรื่องจนเสร็จแล้วส่งกลับญี่ปุ่น เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์บ้าง ส่งต่อไปสหรัฐบ้าง ไว้พ้นระยะเวลาของสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่ยาว 5 ปี ก่อนเถอะ คนไทยจะตะลึง!! ถ้าได้รู้ว่าฉากยักษ์ใหญ่ในหนังระดับโลกสารพัดชิ้น...ไม่ใช่แค่ทำในไทย...แต่ทำโดยคนไทย!

รัฐบาลญี่ปุ่นผ่านองค์กรส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ทุนสมทบอุดหนุน 20% ถ้าชาวต่างชาติที่ร่วมทุนกับคนทำหนัง (รวมถึงแอนิเมชั่น) ชาวญี่ปุ่น (โดยฝ่ายญี่ปุ่นถือหุ้นอย่างน้อย 20% และชาวต่างชาติลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านเยน หรืออย่างน้อย 5% ของมูลค่าหนัง อันไหนสูงกว่าให้ใช้อันนั้น)

สำหรับคนสร้างหนัง ถ้าใช้ผู้กำกับ ผู้แต่งเรื่อง ผู้เขียนบท เป็นญี่ปุ่น จะได้อย่างละ 2 คะแนน ถ้าตัวแสดงนำเป็นญี่ปุ่นถึง 4 คน ได้ 4 คะแนน ถ่ายทำในญี่ปุ่น ล้างอัดใส่เทคนิคหลังถ่ายทำในญี่ปุ่น หรือใช้ผู้แต่งเพลงชาวญี่ปุ่นผลิตเพลงให้ ใช้ผู้กำกับภาพ นักออกแบบฉากและการผลิตล้วนได้อย่างละ 1 คะแนน

ถ้าผู้สร้างมีคะแนนเหล่านี้มาก ก็จะมีสิทธิยื่นขอทุนอุดหนุนได้ มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้าเป็นแอนิเมชั่น ให้คะแนนผู้กำกับ คนเขียนบทญี่ปุ่น อย่างละ 2 คะแนน ใช้คนญี่ปุ่นออกแบบคาแรกเตอร์การ์ตูนแสดง หรือผู้กำกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ หรือผู้แต่งเพลงเป็นญี่ปุ่น ได้อย่างละ 1 คะแนน

เล่ามายาวเหยียด ละเอียดลออ ก็เพื่อบอกรัฐไทยเรานี่เองว่า...กว่าไอ้มดแดงและก๊อดซิลล่าจะออกไปอาละวาดได้ขนาดนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเขาลองนู่นลองนี่เพื่อดันเอกชนเขาให้ออกไปลุยตลาดสากลมาตลอด

ผมอยากส่งออกฝีมือไทยเป็นบิต เป็นไบต์ ไม่ใช่เป็นกิโล เป็นต้น มั่งครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท