
ฮิวแมนไรต์ต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
องค์กรสิทธิมนุษยชน (ฮิวแมน ไรต์ วอตช์) ตามกระแสความพยายามผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของรัฐสภาไทย โดยแนะนำว่า รัฐสภาไทยควรปัดร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตกไป เนื่องจากสาระของกฎหมายนี้ช่วยปกป้องผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงให้พ้นจากความรับผิดชอบ
องค์กรสิทธิมนุษยชน (ฮิวแมน ไรต์ วอตช์) ตามกระแสความพยายามผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของรัฐสภาไทย โดยแนะนำว่า รัฐสภาไทยควรปัดร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ตกไป เนื่องจากสาระของกฎหมายนี้ช่วยปกป้องผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงให้พ้นจากความรับผิดชอบ
“สาระของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จะทำให้เจ้าพนักงานรัฐและแกนนำผู้ชุมนุม ซึ่งมือทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ลอยนวลจากความผิดไปได้” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ภาคพื้นเอเชีย กล่าว และวิจารณ์ต่อว่า รัฐบาลเพิกเฉยต่อการคืนความเป็นธรรมให้แก่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเพื่อล้างความผิดในอดีต
องค์กรสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ต่อว่า นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยพยายามผ่านร่างกฎหมายนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นักการเมือง แกนนำผู้ประท้วง รวมถึงทหารและอดีตรัฐบาลที่สั่งสลายการชุมนุม ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้มีความร้ายกาจกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับก่อนหน้า ที่ยกโทษให้เฉพาะผู้ประท้วงซึ่งถูกตัดสินโทษจากการกระทำเพื่อต่อต้านรัฐบาล
“นายกฯ ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง จากที่เคยสัญญาว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้จงได้ กลับเลือกทางประนีประนอมเพื่อเอาใจฝ่ายทหารและเสริมเสถียรภาพทางการเมือง” อดัมส์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพิกเฉยต่อคำทักท้วงของทางองค์กรฯ ที่เรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้
ด้านเซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ เกาะติดการขายชาวโรฮิงยาซึ่งอพยพมาอยู่ในไทย โดยระบุว่า ทางการไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งระบุว่า พบเห็นรถของทางราชการไทยบรรทุกชาวโรฮิงยากว่า 50 คน นำส่งไปทางชายแดนไทยพม่า จ.ระยอง
สื่อจีนรายงานอ้าง ณัฐศิษฐ์ นาคสุวรรณผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรของสตูล ที่ให้คำตอบว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวและจะทำการตรวจเช็ก
“ปัญหาคือ ทำไมไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบชาวโรฮิงยาพวกนี้ รับพวกเขาไว้ทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 3 ล้านบาททุกเดือน” ณัฐศิษฐ์ กล่าว
ด้านชะตากรรมของชาวโรฮิงยาที่ถูกขาย สื่อแดนมังกรรายงานว่า ส่วนใหญ่ถูกขายให้แก่นักค้ามนุษย์ชาวมาเลเซียในราคา 1 หมื่นบาทต่อหัว จากนั้นพ่อค้ามนุษย์จะนำเหยื่อไปเรียกค่าไถ่กับญาติ 46.5 หมื่นบาท หากไม่สำเร็จจะถูกขายให้แก่เรือประมง เพื่อเป็นทาสต่อไป
ปิดท้ายด้วย ดอชต์ เวลเล รายงานสถานการณ์ค้าประเวณีในไทยว่า ผู้ขายบริการทางเพศบางรายยืนยันว่า ไม่ได้ถูกล่อลวง พร้อมเรียกร้องให้สังคมเลิกตัดสินจากเปลือกนอก
“ทุกงานมีดีมีเสียแตกต่างกันไป สำหรับฉัน งานนี้ให้เงินมากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวและก้าวต่อไป ฉันไม่ใช่เหยื่อและไม่ได้ถูกหลอก” ใหม่ สาววัย 28 ผู้ทำงานอยู่ใน จ.เชียงใหม่ กล่าว
สื่อเยอรมนีรายงานต่อว่า แม้รัฐบาลไทยและหน่วยงานต่างชาติจะพยายามช่วยเหลือหญิงสาวให้ออกจากธุรกิจค้ากาม แต่หลักฐานในปี 2012 กลับพบว่าตำรวจไทยสามารถช่วยเหลือผู้ค้าบริการทางเพศที่ถูกหลอกได้เพียงไม่กี่ราย ขณะที่ส่วนใหญ่สมัครใจ







