
ต้องไม่แพง
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทม์สตามข่าวรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจก่อสร้างโรงงานนิวเคลียร์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยสนับสนุนว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะทำให้ค่าไฟฟ้าแดนผู้ดีเสถียร ไม่ผันแปรตามค่าเชื้อเพลิงในตลาดโลก แต่ต้นทุนค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 7.2 แสนล้านบาท) ก็อาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าแพงต่อเนื่องอีกนาน
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทม์สตามข่าวรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจก่อสร้างโรงงานนิวเคลียร์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยสนับสนุนว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะทำให้ค่าไฟฟ้าแดนผู้ดีเสถียร ไม่ผันแปรตามค่าเชื้อเพลิงในตลาดโลก แต่ต้นทุนค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 7.2 แสนล้านบาท) ก็อาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าแพงต่อเนื่องอีกนาน
สิ่งพิมพ์อังกฤษแจงต่อว่า รัฐบาลแดนผู้ดีต้องการันตีว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าจะไม่เกินหรือต่ำกว่า 92.50 ปอนด์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (ราว 4,646 บาท) ซึ่งเป็นมูลค่าที่มากกว่าค่าไฟฟ้าปัจจุบันถึง 2 เท่า และเปรียบเทียบโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ไซส์เวลล์ บี ของอังกฤษ ซึ่งมีต้นทุนค่าไฟฟ้าราว 85 ปอนด์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (ราว 4,270 บาท)
ไฟแนนเชียลไทม์สเตือนต่อไปว่า แม้ในตอนนี้นักการเมืองแดนผู้ดีจะรับได้กับค่าก่อสร้างที่แกนนำผู้ผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีดีเอฟของรัฐบาลฝรั่งเศสเสนอมา แต่มูลค่าการลงทุนในอนาคตอาจเพิ่มสูงอย่างไม่อาจคาดเดา เช่น งบประมาณ 2,000 ล้านปอนด์ ที่อีดีเอฟขอเก็บเพิ่มทั้งๆ ที่ยังไม่เริ่มโครงการ และแม้รัฐบาลจะประกาศว่าบริษัทผู้ผลิตจะรับผิดชอบต่อค่าก่อสร้างส่วนต่างที่เพิ่มจากการประเมินครั้งแรก แต่ในทางปฏิบัติยังต้องรอการพิสูจน์
สื่อผู้ดีแนะนำปิดท้ายว่า การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานที่ยั่งยืนคือการรณรงค์ประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ทางออกหนึ่งคือการหันกลับมาผลักดันกฎหมาย “เก็บภาษีคาร์บอน” ที่อดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ เคยรณรงค์ไว้ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ทั้งการลดภาวะเรือนกระจกและประหยัดค่าพลังงานมหาศาล







