
ใครจะกล้าขึ้นแวต
7 ส.ค. 2555 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีมติอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.... ขยายเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตจาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2555 ออกไปอีก 2 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555-30 ก.ย. 2557
7 ส.ค. 2555 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีมติอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.... ขยายเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตจาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2555 ออกไปอีก 2 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555-30 ก.ย. 2557
ครม.ให้เหตุผลว่า การขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 2 ปี เพื่อกระตุ้นให้ขยายตัวในด้านกำลังซื้อของประชาชนในการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
สำหรับรายละเอียดของมติดังกล่าว มีลักษณะปลายเปิดไว้ให้สามารถปรับขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ
1.ให้ยังคงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% สำหรับการขายสินค้า การให้บริการหรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555-30 ก.ย. 2557
2.ให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 10% สำหรับการขายสินค้า การให้บริการหรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557 เป็นต้นไป
ในที่ประชุม ครม. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ชี้แจงว่า การยังคงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราเดิม จะมีส่วนช่วยให้ประชาชนสามารถมีกำลังซื้อในการจับจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น และเป็นการลดภาระค่าครองชีพในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระยะฟื้นตัวหลังประเทศประสบอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม จากการคำนวณของกรมสรรพากร พบว่า การขึ้นแวตแค่ 1% จะทำให้รายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันการคงภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 ปี ทำให้รายได้ภาษีหายไปประมาณ 1.3-1.6 แสนล้านบาท
เพียงแต่ว่ารัฐบาลไหนจะกล้าตัดสินใจขึ้นภาษีแวต







