
ครม.ดองเค็มอุ้มเอสเอ็มอี
ตีกลับมาตรการอุ้มผู้กระทบค่าแรง300บาทกลับไปปรับเกณฑ์ใหม่พ่วงดูแลพิษเออีซี
ตีกลับมาตรการอุ้มผู้กระทบค่าแรง300บาทกลับไปปรับเกณฑ์ใหม่พ่วงดูแลพิษเออีซี
ครม.เตะถ่วงมาตรการดูแลเอสเอ็มอี สั่งศึกษาหลักเกณฑ์ช่วยเหลือใหม่
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีมติรับทราบแผนงานและโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แต่ได้มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมกลับไปปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละมาตรการใหม่และนำเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติอีกครั้ง
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ครม.มีความเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 5 มาตรการ เป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมปัจจัยที่มีผลกระทบอื่นๆ โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงขอให้ปรับปรุงใหม่
“กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า” นายชลิตรัตน์ กล่าว
มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ได้แก่ 1.โครงการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาเครื่องจักร (เวนเจอร์ แคปปิตอล) 1,000 ล้านบาท โดยกองทุนจะเข้าร่วมทุนกับเอสเอ็มอีในสัดส่วน 15-35% ของทุนจดทะเบียน ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท เพื่อให้เอสเอ็มอีมีทุนในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะเวลาร่วมทุน 5 ปี
ครม.มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกองทุนร่วมลงทุนที่ได้ดำเนินมาก่อนหน้านี้ที่ต้องชะลอไปว่าเป็นเพราะอะไร
ขณะที่มาตรการสนับสนุนการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพเครื่องจักร 1.7 หมื่นล้านบาทนั้น ครม.อนุมัติให้จัดสรรงบประมาณ 2557 เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่กู้เงินในโครงการไม่เกินรายละ 25 ล้านบาท โดยมีวงเงินที่กันไว้เพื่อชดเชยดอกเบี้ย 3,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือให้จัดสรรงบในปี 2558-2559
สำหรับมาตรการขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าบริการรายปีตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ให้แก่ผู้ประกอบการโรงงานประเภท 2 และ 3 จำนวน 9.05 หมื่นราย จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2556 ให้ขยายเวลาออกไป 3 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556-30 ก.ย. 2559 นั้น ครม.เห็นชอบ
อย่างไรก็ตาม ให้ปรับปรุงโครงการคลินิกอุตสาหกรรมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน วงเงิน 475 ล้านบาท และโครงการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียน โดยให้สถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้เอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยในพื้นที่ทั่วประเทศ 1.37 หมื่นราย







