
"มิสเตอร์ข้าว" ปรับ4ทารับจำนำ
วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการวางแนวทางไว้ 4 แนวทาง ได้แก่ การลดราคารับจำนำข้าว การลดปริมาณรับจำนำข้าวต่อครัวเรือนเพื่อจำกัดปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการ การลดต้นทุนการผลิตข้าวและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และการควบคุมให้โครงการมีความโปร่งใส โดยแนวทางต่างๆ บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ดำเนินการได้เลย เช่น การปรับปรุงให้โครงการมีความโปร่งใสมากขึ้น และการลดปริมาณรับจำนำต่อครัวเรือนลง อย่างไรก็ตาม บางแนวทางก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการ เช่น การลดราคารับจำนำ
วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการวางแนวทางไว้ 4 แนวทาง ได้แก่ การลดราคารับจำนำข้าว การลดปริมาณรับจำนำข้าวต่อครัวเรือนเพื่อจำกัดปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการ การลดต้นทุนการผลิตข้าวและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และการควบคุมให้โครงการมีความโปร่งใส โดยแนวทางต่างๆ บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ดำเนินการได้เลย เช่น การปรับปรุงให้โครงการมีความโปร่งใสมากขึ้น และการลดปริมาณรับจำนำต่อครัวเรือนลง อย่างไรก็ตาม บางแนวทางก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะดำเนินการ เช่น การลดราคารับจำนำ
นอกจากนี้ วราเทพ ยังได้รายงานผลการติดตามงานนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ ประจำเดือน ส.ค. 2556 ให้ ครม.รับทราบ โดยโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2555/2556 โดยการรับจำนำรอบที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555-15 ก.ย. 2556 มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 898 โรง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 2,231,307 ราย ปริมาณรับจำนำรวมทั้งสิ้น 14,540,808 ตัน ณ วันที่ 28 ส.ค. 2556 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้วเป็นเงิน 234,185.013 ล้านบาท และการรับจำนำข้าวรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.15 ก.ย. 2556 ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2556 มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 688 โรง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 787,237 ราย ปริมาณรับจำนำรวมทั้งสิ้น 6,845,773 ตัน ณ วันที่ 28 ส.ค. 2556 ธ.ก.ส.ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้วเป็นเงิน 93,488.018 ล้านบาท
ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าคลังสินค้า ค่ากรรมกร ค่าตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร ค่าดูแลรักษาข้าวสาร และค่าเบี้ยประกันภัย ทำให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการตามสัญญาได้
ขณะที่การดำเนินการติดตามตรวจสอบการรับจำนำสินค้าเกษตรให้ถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำ โดยสุ่มตรวจสอบโรงสี ตลาดกลาง โกดังกลางและเกษตรกร พบการกระทำความผิด ได้แก่ การขนข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต การสวมสิทธิเกษตรกร ข้าวขาดบัญชี จำนวน 3,249 ราย
ทางด้าน ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะขาดทุนจากโครงการดังกล่าวมากกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท หรือรวม 2 ปีที่เปิดโครงการรับจำนำข้าว จะขาดทุนมากกว่า 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูลของคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งคำนวณตัวเลขขาดทุนแล้วนั้น ได้นำเสนอแก่ปลัดกระทรวงการคลัง และมีการยืนยันว่า ปลัดกระทรวงการคลังได้นำเสนอแก่นายกรัฐมนตรีแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ออกมาเปิดเผยตัวเลข
อย่างไรก็ดี สุภา ได้ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนอีกด้านหนึ่งด้วยว่า รัฐบาลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่ระบุในจดหมายเปิดผนึกว่า โครงการนี้ขาดทุนไปแล้ว 4 แสนล้านบาท
ธีระชัย ระบุด้วยว่า แม้ว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะระบุว่าขาดทุนปีละเพียง 1 แสนล้านบาท และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ไม่ได้จบจากบัญชีโดยตรงจึงคำนวณผิด แต่ส่วนตัวเห็นว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร น่าเชื่อถือกว่ามาก เพราะเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารพาณิชย์อันดับสองของประเทศไทย และเคยเป็นผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งทั้งสองตำแหน่งต้องใช้ความรู้ทางบัญชีอย่างหนัก
ธีระชัย มองว่า ตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 2 ปี ที่ 4 แสนล้านบาท น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงด้วยซ้ำ เพราะหากคำนวณสต๊อกข้าวที่เหลืออยู่อย่างเป็นระบบ ตามหลักการตรวจสอบบัญชีที่ถูกต้อง ก็จะพบว่าจำนวนสต๊อกที่เหลืออยู่อาจจะไม่ครบถ้วน และคุณภาพหรือสภาพของข้าวอาจจะต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ขายได้จริงต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก
"เปรียบเทียบกับนายกิตติรัตน์ ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ผมจึงเห็นว่า ม.ร.ว. ปรีดียาธร น่าจะมีความรู้ด้านบัญชี มากกว่านายกิตติรัตน์อย่างเทียบกันไม่ติด หากจะถกเถียงระหว่างสองคนนี้ ว่าใครเป็นผู้ที่มีความรู้ทางบัญชีมากกว่ากัน ผู้อ่านก็อาจจะไม่ถกเถียงกันได้ก็ตาม แต่หากพูดถึงคุณสุภา รับรองว่าไม่มีใครเถียง เพราะเธอเรียนมาทางนี้โดยตรง และทำงานด้านนี้มาตลอดชีวิต นอกจากนี้ ก็ยังเข้าไปช่วยงานที่สภาวิชาชีพบัญชีอย่างเต็มที่อีกด้วย" นายธีระชัย ระบุ
อย่างไรก็ดี สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้อธิบายว่า การคำนวณของกระทรวงพาณิชย์ที่ขาดทุนเพียง 1 แสนล้านบาท เพราะคำนวณจากราคาสต็อกข้าวตามราคาทุนเนื่องจากถือว่าเป็นข้าวที่ยังไม่ขาย ขณะที่การคำนวณของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร และ นางสุภา เป็นการคำนวณตามราคาตลาดซึ่งเป็นไปตามหลักบัญชีที่ถูกต้อง จึงทำให้ตัวเลขขาดทุนสูงกว่า
นายธีระชัย มองว่า ตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว 2 ปี ที่ 4 แสนล้านบาท น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงด้วยซ้ำ เพราะหากคำนวณสต็อกข้าวที่เหลืออยู่อย่างเป็นระบบ ตามหลักการตรวจสอบบัญชีที่ถูกต้อง ก็จะพบว่า จำนวนสต๊อกที่เหลืออยู่ อาจจะไม่ครบถ้วน และคุณภาพหรือสภาพของข้าว อาจจะต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ขายได้จริงต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก







