posttoday
"นิรโทษกรรม"สุดซอยโยนหินวัดกำลังม็อบ

"นิรโทษกรรม"สุดซอยโยนหินวัดกำลังม็อบ

22 ตุลาคม 2556

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสารทิศ เมื่อพรรคเพื่อไทยพลิกแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสารทิศ เมื่อพรรคเพื่อไทยพลิกแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เหวี่ยงแหคลุมคดีทุจริตคอร์รัปชั่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมล้างผิดแกนนำ ทหาร ผู้สั่งการทุกเสื้อสี

เล่นแร่แปรธาตุเนื้อหามโหฬารจากร่างเดิมที่ยึดการนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนที่ถูกจองจำและมีคดีความสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น

เมื่อหักดิบเร่งแปรญัตติแบบสุดซอย ร่างนิรโทษโฉมใหม่จึงเต็มไปด้วยเเรงเสี่ยงทำให้ร่างพังครืนหลายปัจจัย

ทั้งประเด็นการแปรญัตติในมาตรา 3 ซึ่งขัดกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิม ที่ระบุกรอบหลักการให้นิรโทษเฉพาะ “การชุมนุมประท้วง” ทางการเมืองของประชาชนที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองรัฐประหาร19 กันยา เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุม “คดีความ” ที่เป็นผลพวงจากเหตุการณ์รัฐประหารแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ด้วยลำดับศักดิ์ของร่าง พ.ร.บ.ที่ยังถือว่าไม่สามารถนิรโทษกรรมล้มล้างคดีความของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อันเป็นผลพวงของคณะรัฐประหารได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้บล็อกไว้เสร็จสรรพในมาตรา 309 ให้การกระทำของคณะรัฐประหารชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น หากล้มล้างคดี คตส.ต้องแก้ที่ตัวรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คลอดร่าง พ.ร.บ.ที่มีลำดับศักดิ์ทางกฎหมายต่ำกว่าออกมาเพื่อลบล้างความผิด

ความพิกลทางกฎหมายของร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการปรับเเก้ใหม่ จะถูกนำมาเป็นประเด็นการโจมตีระหว่างที่ร่างนิรโทษฉบับนี้วิ่งบนเส้นทางการพิจารณาอีกยาวนาน

กล่าวคือ ภายหลัง “สามารถ แก้วมีชัย” ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เรียก สส.มาชี้แจงคำแปรญัตติในวันที่ 2425 ต.ค. จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาในสภาราวสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อาศัยเวทีสภาอภิปรายถล่มร่าง พ.ร.บ.พุ่งเป้าโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่

ด้านความเคลื่อนไหวนอกสภา “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำ ปชป. เตรียมเป่านกหวีดระดมพลหากผ่านวาระ 3 นั้น ส่งสัญญาณชัดว่าประเด็นการนิรโทษกรรมจะกลายเป็น “จุดร่วม” ในการไหลรวมม็อบนอกสภากลายเป็นกระแสต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ สส.เพื่อไทยดันร่างผ่านวาระ 3 ในสภาล่างไปได้ก็ต้องส่งให้วุฒิสภากลั่นกรองอีก 3 วาระ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า มีกลุ่ม 40 สว.ลับคมมีดรอเชือดอยู่แล้ว

หาก สว.ไม่เห็นชอบจะต้องส่งกลับไปยังสภาอีกครั้ง แต่หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน

เหนืออื่นใด ต่อให้หักด่านรัฐสภาไปได้ก็ยังต้องไปเจอกับด่านสุดท้ายที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 154 เปิดทางให้สมาชิกรัฐสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ว่าการยกร่าง พ.ร.บ.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งถือเป็นจุด “เสี่ยงล้ม” มากที่สุด

จากสารพัดขวากหนามเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะต้องเจอ แต่สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยกล้าลุยไฟครั้งนี้ก็เพื่อต้องการหวังผลในทางอ้อมด้วย

ผลทางอ้อมที่ว่านั้น คือ การได้เห็นกำลังที่แท้จริงของมวลชนฝั่งตรงข้ามรัฐบาล

อย่าลืมว่าในเดือน พ.ย.ที่ใกล้เข้ามาจะมีประเด็นที่เป็นชนวนร้อนหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละประเด็นเป็นเชื้อไฟที่สามารถจุดกระแสล้มรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 11 พ.ย. และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.

ประเด็นดังกล่าวทั้งกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) เตรียมใช้ขยายผลล้มรัฐบาล เพราะรู้ดีว่าในข้อพิพาทคดีปราสาทพระวิหารสามารถปลุกกระแสชาตินิยมได้เป็นอย่างดีหากรัฐบาลไทยแพ้คดีในศาลโลก หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญย่อมนำมาสู่การล้มรัฐบาลได้ไม่แพ้กัน

เมื่อรัฐบาลได้เห็นกำลังมวลชนของฝ่ายตรงข้ามแล้ว แน่นอนว่าจะง่ายต่อการจัดการของรัฐบาลด้วยการวางกำลังเจ้าหน้าที่และกำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการยึดทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา หรือแม้แต่สนามบิน

แต่ถึงกระนั้นการเสี่ยงเล่นเกมนิรโทษกรรมแบบสุดซอยในด้านหนึ่งมีผลให้พรรคเพื่อไทยเสียแนวร่วมไปด้วย

พรรคเพื่อไทยลืมนึกไปว่า ความรู้สึกของมวลชนคนเสื้อแดงหลายปีกทั้งแดงสายวิชาการ ญาติผู้เสียชีวิต ประชาชนในเรือนจำ เเละมวลชนจำนวนมากที่ผิดหวังต่อพรรคเพื่อไทยที่ดันทุรังนำโอกาสการกลับบ้านของคนเพียงแค่คนเดียวมาแลกกับชะตากรรมของประชาชนที่ถูกจองจำมาแล้วหลายปี ทั้งที่รู้ล่วงหน้าว่าการคลุมคดีความทักษิณนั้นจะเรียกเสียงต้านนำมาสู่ความเสี่ยงที่จะล้มร่าง พ.ร.บ.ทั้งฉบับ อันถือเป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่สามารถนำมวลชนออกจากเรือนจำได้

หนักไปกว่านั้น คือ พรรคเพื่อไทยยอมเสี่ยงแลกโอกาสการกลับเข้าประเทศของทักษิณกับ 98 ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 เพราะเนื้อหาล้างผิดยกเข่งทั้งแกนนำ ทหารผู้สั่งการที่พรรคเพื่อไทยแปรญัตติเท่ากับยอมยื่นใบล้างผิดผู้สังหาร 98 ชีวิตกับประโยชน์ในทางการเมือง

ดังนั้น การนิรโทษกรรมแบบทะลุซอยรอบนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการได้อย่างเสียอย่างของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะฐานเสียงของพรรคที่อาจต้องหายไปบ้างเพื่อแลกกับเกมนี้

เพียงแต่ว่าพรรคเพื่อไทยได้ดีดลูกคิดแล้วว่าเกมนี้คุ้มที่จะเสี่ยง ถึงได้กล้าเล่นของสูงอย่างที่เห็นอยู่ในเวลานี้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69