
อย่าเกี้ยเซี้ย
การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ได้แก้ไขสาระร่างกฎหมายในมาตรา 3 เพื่อยกเว้นโทษให้ผู้กระทำความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงวันที่ 8 ส.ค. 2556 กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนและจุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นอีกครั้ง
การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ได้แก้ไขสาระร่างกฎหมายในมาตรา 3 เพื่อยกเว้นโทษให้ผู้กระทำความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงวันที่ 8 ส.ค. 2556 กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนและจุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นอีกครั้ง
คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กำลังสับขาหลอกนำบางประเด็นมาสอดไส้เพื่อยกโทษให้ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจากองค์กรที่ตั้งขึ้นจากคณะรัฐประหาร เมื่อปี 2549 ซึ่งขัดต่อหลักการที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก
เจตนารมณ์การแก้ไขที่หวังให้อภัยแก่ทุกฝ่ายตามที่นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ อธิบาย ฟังอย่างผิวเผินดูเหมือนจะเป็นเจตนาดีของฝ่ายการเมืองที่ต้องการให้สังคมไทยหลุดพ้นความขัดแย้ง
แต่อีกนัยหนึ่งไม่อาจแน่ใจได้ว่า นี่คือกลวิธีอันแยบยลของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการเดินสุดซอย เอื้อประโยชน์ให้ผู้กระทำผิดเพียงแค่ไม่กี่คน
โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ สามารถใช้สิทธิทวงคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ใช่หรือไม่
จะอ้างเหตุผลว่ากฎหมายฉบับนี้ยกเว้นโทษเฉพาะคดีอาญา ไม่เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ก็ตามที แต่ก็ไม่มีเนื้อหาใดๆ บ่งบอกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้จะได้ประโยชน์จากการแก้ไขเนื้อหากฎหมายที่ว่า
ประเด็นก็คือ เราไม่เห็นว่าการนิรโทษกรรมตามเจตนาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สามารถปิดทางการก่อรัฐประหารให้สะเด็ดน้ำไปจากสังคมไทยได้จริงหรือไม่ และอย่างไร
ข้ออ้างเรื่องการให้อภัยต่อกันก็ไม่มีนัยใดๆ บ่งชี้ว่าโฉมหน้าการเมืองไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น ฝ่ายนิติบัญญัติจะกลับตัวกลับใจทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย หรือแม้แต่ฝ่ายบริหารจะทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้เป็นไปตามครรลองคลองธรรมได้จริงและอย่างไร
ในเมื่อคำตอบแน่ชัดว่า ประเด็นเหล่านี้ล้วนไม่อาจเป็นจริง ไม่มีเหตุผลใดรองรับว่าสังคมไทยจะไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงไม่มีเหตุผลในการสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายเพียงเพื่อการเกี้ยเซี้ยทางการเมือง และเพื่อประโยชน์ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของกฎหมายลวงล่อให้สังคมคล้อยตามของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นอกจากเป็นการหมกเม็ดแล้ว รังแต่ก่อกองไฟ สุมความขัดแย้งรอบใหม่ให้ปะทุขึ้นเผาบ้านเผาเมืองของเราเองเสียมากกว่า







