posttoday
บีโอไอลดอุ้ม18เอสเอ็มอี

บีโอไอลดอุ้ม18เอสเอ็มอี

22 ตุลาคม 2556

บีบอุตสาหกรรมเบาให้ใช้เครื่องจักรแทนชงครม.ออก5มาตรการช่วยพิษค่าแรง

บีบอุตสาหกรรมเบาให้ใช้เครื่องจักรแทนชงครม.ออก5มาตรการช่วยพิษค่าแรง

บอร์ดบีโอไอเลิกหนุน 18 เอสเอ็มอี บีบให้เครื่องจักรเทคโนโลยีสูงแทนแรงคน

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบีโอไอเห็นชอบให้ลดการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ลงจาก 57 กิจการ ให้เหลือเพียง 39 กิจการ เนื่องจากได้ยกเลิกการส่งเสริมอุตสาหกรรมเบา เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เพื่อให้เอกชนปรับมาใช้การผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และลดการใช้แรงงาน

อย่างไรก็ตาม ได้เห็นชอบในมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใน 2 มาตรการ คือ มาตรการส่งเสริมการลงทุน ที่จะได้สิทธิประโยชน์ทั้งเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี สัดส่วน 100% ของเงินลงทุน ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในเขตใด

นอกจากนี้ ยังยังมีมาตรการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริม จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี เป็นสัดส่วน 50% ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดิน และทุนหมุนเวียน รวมทั้งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ของกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิม

ทั้งนี้ เอสเอ็มอีต้องยื่นขอส่งเสริมทั้งสองมาตรการภายในเดือน ธ.ค. 2557 คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีขอรับการส่งเสริมมูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท

ด้านการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 600 บาท วันที่ 22 ต.ค. จะมีการเสนอ 5 มาตรการอุ้มเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท กรอบวงเงิน 1.88 หมื่นล้านบาท

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจ จะเสนอที่ประชุมครม. วันนี้ (22 ต.ค.) พิจารณาให้ความเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจาการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กรอบวงเงิน 1.88 หมื่นล้านบาท

มาตรการช่วยเหลือประกอบด้วย 1.โครงการเงินร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาเครื่องจักร (Venture Capital) 1,000 ล้านบาท โดยกองทุนจะเข้าร่วมทุนกับเอสเอ็มอีในสัดส่วน 15-35% ของทุนจดทะเบียน วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้เอสเอ็มอีมีทุนในการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะเวลา 5 ปี

2.โครงการสนับสนุนการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพเครื่องจักร (Machine Fund For SMEs) 1.7 หมื่นล้านบาท โดยสนับสนุนดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีที่กู้เงินในวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาท เพื่อปรับปรุง พัฒนาเครื่องจักรเดิม ปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องจักร เพื่อลดต้นทุนและลดการใช้พลังงาน โดยกองทุนรับภาระดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ต่อปี ในช่วง 5 ปีแรก

3.ขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าบริการรายปีตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ให้แก่ผู้ประกอบการโรงงานประเภท 2 และ 3 จำนวน 9.05 หมื่นราย จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2556 ให้ขยายเวลาออกไป 3 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556-30 ก.ย. 2559 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอร่างกฎกระทรวงให้ ครม.อนุมัติต่อไป

4.โครงการคลินิกอุตสาหกรรมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน วงเงิน 475 ล้านบาท คือ โดยจัดคลินิกอุตสาหกรรมเคลื่อนที่ออกให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ และช่วยเหลือเอสเอ็มอีในการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิต 7,500 ราย และโครงการให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีในด้านการจัดการ 2,000 ราย และ 5.โครงการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียน โดยให้สถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้เอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยในพื้นที่ทั่วประเทศ 1.37 หมื่นราย โดยรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย รัฐบาลจะสนับสนุนงบ 400 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท