
สมช.เชื่อม็อบเบาลงหากใช้ร่างนิรโทษฯเดิม
เลขาสมช.รับพบสัญญาณจ่อก่อเหตุ9ปีตากใบ เชื่อยังไร้เหตุสร้างแรงกดดันให้ม็อบเพิ่มความรุนแรง เชื่อ หากพท.ถอยใช้ร่างนิรโทษเดิม สถานการณ์จะเบาลง
เลขาสมช.รับพบสัญญาณจ่อก่อเหตุ9ปีตากใบ เชื่อยังไร้เหตุสร้างแรงกดดันให้ม็อบเพิ่มความรุนแรง เชื่อ หากพท.ถอยใช้ร่างนิรโทษเดิม สถานการณ์จะเบาลง
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ยอมรับว่า พบสัญญาณการเตรียมก่อเหตุรุนแรง ในช่วงวันครบรอบ9ปีเหตุการณ์ที่ตากใบ ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้วางแผนป้องกันเหตุ โดยใช้เหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตมาเป็นเกณฑ์ในการวางมาตรการความปลอดภัย พร้อมย้ำว่า จะไม่ประมาท
นอกจากนี้ เลขาสมช. ยังประเมินสถานการณ์การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้านรัฐบาลว่า ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในระดับทรงตัว ซึ่งผู้ชุมนุมกำลังบ่มเพาะประเด็นที่จะเคลื่อนไหว โดยใช้ประเด็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และผลการพิจารณาคดีปราสาทพระวิหารเรียกผู้ชุมนุม ซึ่งรัฐบาลได้เฝ้าติดตาม เชื่อว่าการนัดชุมนุมในช่วงวันที่ 27-28 ตุลาคม จะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น เป็นเพียงการเคลื่อนให้กำลังใจของกลุ่มมวลชนฝ่ายต่างๆ อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังการขนคนมาจากภาคใต้อย่างใกล้ชิด แต่ขณะนี้ยังไม่พบการขนมวลชนเข้ามากรุงเทพฯ
"เชื่อว่าหากฝ่ายนิติบัญญัติปรับเปลี่ยนท่าที กลับมาใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายวรชัย เหมะ อาจทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงน้อยลง ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์การชุมนุมจะไม่รุนแรงถึงขั้นปิดสนามบิน หรือยึดสถานที่สำคัญ" พล.ท.ภราดร กล่าว
ส่วนกรณีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินคดีในวันที่ 11 พ.ย.56 นั้น เลขาธิการ สมช. เชื่อว่า สถานการณ์ไม่น่ารุนแรง เนื่องจากในระดับผู้นำมีการประสานกันให้เข้าใจว่าในแง่ของคดีก็ต้องให้เป็นการตัดสินของศาลโลก แต่ในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่งประเทศเพื่อนบ้านจะต้องนำมาซึ่งสันติสุข ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรง ขณะเดียวกันได้มีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าในเรื่องของคดีและการอยู่ร่วมกันนั้นต้องแยกเป็นคนและส่วน







