posttoday
แรงงานไทย 3 หมื่นไม่ช่วยการ์ตาร์

แรงงานไทย 3 หมื่นไม่ช่วยการ์ตาร์

21 ตุลาคม 2556

อาร์โน่ มาเอร์บรูกเกอร์ คอลัมนิสต์จากสำนักข่าวกัลฟ์ไทม์ส วิเคราะห์กรณีรัฐบาลกาตาร์บรรลุข้อตกลงเปิดรับแรงงานไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคนกับกระทรวงแรงงานไทยว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลกาตาร์เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือในการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม

อาร์โน่ มาเอร์บรูกเกอร์ คอลัมนิสต์จากสำนักข่าวกัลฟ์ไทม์ส วิเคราะห์กรณีรัฐบาลกาตาร์บรรลุข้อตกลงเปิดรับแรงงานไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคนกับกระทรวงแรงงานไทยว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลกาตาร์เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือในการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม มาเอร์บรูกเกอร์ให้ข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องยากที่ไทยจะส่งแรงงานได้ครบทั้ง 3 หมื่นตำแหน่ง โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยที่ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานเพียง 0.7% ในไตรมาสที่สองของปี 2013 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทยก็มีความต้องการแรงงานเพิ่มเติมกว่า 144,077 ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าแรงงานไทยปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ

มาเอร์บรูกเกอร์ชี้แจงต่อว่า ทางการไทยกำลังดำเนินแผนเมกะโปรเจกต์ ทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูง การก่อสร้างถนนแห่งใหม่ และระบบโลจิสติกส์ ซึ่งจะต้องดำเนินโครงการต่อเนื่องถึง 10 ปี และต้องการแรงงานมหาศาลเพื่อดำเนินโครงการ ด้านเงินเดือน ประเทศไทยยังมีค่านิยมให้ค่าตอบแทนแก่วิศวกรฝีมือดีสูงลิบราว 1.9 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งอัตราเงินเดือนนี้ใกล้เคียงกับที่ประเทศกาตาร์สามารถเสนอให้ได้ ดังนั้น จึงอาจไม่สามารถดึงดูดใจแรงงานชาวไทยได้

มาเอร์บรูกเกอร์วิเคราะห์ปิดท้ายว่า แรงงานที่กาตาร์อาจได้จากกระทรวงแรงงานไทยน่าจะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เช่น คนเทปูนซีเมนต์ คนก่ออิฐ และอื่นๆ ซึ่งจะได้รับเงินเดือนราว 34.5 หมื่นบาทต่อเดือน มากเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเงินที่ได้รับในประเทศไทย ขณะที่ทางการกาตาร์ต้องระวังปัญหาเชิงสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเข้าแรงงาน โดยยกตัวอย่างประเทศไทยที่จ้างแรงงานชาวพม่าและชาวบังกลาเทศ อันก่อให้เกิดปัญหามากมาย

ด้านสื่อสัญชาติพม่า อิเลฟเวน อ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์พม่าที่รายงานว่า ประเทศได้ดุลการค้าจากการค้าขายบริเวณชายแดนกับประเทศไทยมูลค่ากว่า 352 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2013-2014 โดยเพิ่มขึ้น 141 ล้านเหรียญสหรัฐจากปีที่แล้ว แต่ยังน้อยกว่ามูลค่าการค้าบริเวณชายแดนระหว่างพม่าและจีน

ทั้งนี้ เขตการค้าที่ไทยและพม่าเปิดร่วมกันมี 7 ด่าน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน) เชียงราย (ด่านศุลกากรแม่สาย) เชียงใหม่ (ด่านศุลกากรเชียงดาว) ตาก (ด่านศุลกากรแม่สอด) กาญจนบุรี (ด่านศุลกากรสังขละบุรี) ประจวบคีรีขันธ์ (ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์) และระนอง (ด่านศุลกากรระนอง) ซึ่งถือว่าพม่ามีเขตการค้าบริเวณพรมแดนร่วมกับไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับเขตการค้ากับชาติเพื่อนบ้านอื่นๆ

กระทรวงพาณิชย์พม่ารายงานต่อว่า ทางการตั้งเป้าจะเพิ่มมูลค่าการค้ากับต่างประเทศให้สูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.7 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณนี้ ขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามปรับปรุงกฎหมายการค้าบริเวณชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท