
อนาคตมอญใต้พม่าจับตาเชื่อมการค้าแม่สอด
โดย...อุทัย มณี
โดย...อุทัย มณี
มอญ กลายเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งที่พยายามต่อสู้กับรัฐบาลพม่าในดินแดนเก่าแก่ของตนเองมานาน 256 ปี กลายเป็นชนกลุ่มชาติพันธุ์ “ไร้แผ่นดิน แต่ไม่สิ้นชาติ”
กระทั่งเมื่อประมาณ 10 กว่าปีมานี้ รัฐบาลพม่าขอเจรจาสงบศึกษากับพรรคมอญใหม่ พร้อมกับมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรัฐมอญ แต่ดูเหมือนกลุ่มชาติพันธุ์มอญยังไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด
“ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ทำให้ช่องทางของโอกาสตันไปหมด คนมอญทั้งมวลควรร่วมมือกันเพื่อหาเงินและอำนาจ และร่วมกันพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์มอญต่อไป” อ่องจะแหนะ นักปราชญ์มอญ กล่าวในระหว่างการประชุมใหญ่ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาชาติพันธุ์มอญ ซึ่งมีตัวแทนจากฝ่ายกองกำลังติดอาวุธและพรรคการเมืองของชนชาติมอญเข้าร่วม เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เมืองมะละแหม่งห่างชายแดนไทยจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ไปไม่ถึง 200 กิโลเมตร
เมืองมะละแหม่งตั้งอยู่บริเวณปากอ่าว เป็นเมืองเก่าแก่ อังกฤษเคยปกครองมาก่อน มีตึกและศาสนสถานเก่าแก่ทั้งตึก โบสถ์คริสต์ มัสยิด วัด และโบราณสถานที่เก่าแก่ ประชาชน 60% เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มอญ เป็นมิตรกับคนไทยเพราะส่วนใหญ่รู้จักประเทศไทยและเคยมาทำงาน มาเที่ยวในประเทศไทย สินค้าส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย มีร้านอาหารไทย 23 แห่ง ซึ่งเปิดโดยคนท้องถิ่น มีนักลงทุนไทยไปลงทุนสนามกอล์ฟ
ปัจจุบันมีสายการบินนกแอร์ของไทยบินจากแม่สอดถึงเมืองมะละแหม่ง ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น และในอนาคตไม่เกินปลายปีนี้ สายการบินนกแอร์มีนโยบายบินตรงจากกรุงเทพฯ–เมืองมะละแหม่ง ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ต้องการไปสักการะพระธาตุไจทีโย หรือพระธาตุอินทร์แขวน ที่เมืองสะเทิมซึ่งอยู่ใกล้กัน
ขณะเดียวกันก็มีทุนยักษ์ใหญ่ของไทยอีกหลายรายที่กำลังจับตาหาโอกาสลงทุนในพื้นที่รัฐมอญ ซึ่งมีทำเลที่ตั้งเป็นเมืองท่าฝั่งมหาสมุทรอินเดียมาแต่โบราณ รวมทั้ง หากโครงการถนนที่เชื่อมต่อจาก อ.แม่สอด สู่เมืองเมียวดี และเมืองผาอันในรัฐกะเหรี่ยงเสร็จเรียบร้อย ก็จะทำให้การเชื่อมโยงจากไทยต่อมายังรัฐมอญเป็นไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น
ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือเพื่อให้คนมอญได้รับประโยชน์จากการพัฒนา จึงเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ
2 วันของการประชุมได้ข้อสรุปว่า
1.ให้พรรคมอญใหม่ และพรรคการเมืองมอญอีก 2 พรรค คือ พรรคพัฒนาประชาธิปไตยทั่วรัฐมอญ และพรรคประชาธิปัตย์มอญ ร่วมเจรจากับรัฐบาลพม่าแก้ไขข้อตกลงด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรัฐมอญ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และรวมทั้งขอบเขตดินแดน
2.เรียกร้องให้พรรคการเมืองมอญทั้งสองพรรครวมเป็นพรรคเดียวกัน ซึ่งระดับหัวหน้าพรรคเห็นด้วย แต่แกนนำพรรคบางคนที่เป็นรัฐมนตรีประจำรัฐมอญไม่เห็นด้วย ก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังมาจนทุกวันนี้
3.กลุ่มชาติพันธุ์มอญจะกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาตนเองพร้อมกับจะต้องเรียกร้องสิทธิต่างๆ ภายใต้รัฐบาลพม่าต่อไป
หลวงพ่อปาลิตะมหาเถระ พระสงฆ์ที่คนมอญทั่วโลกเคารพนับถือ เคยถูกรัฐบาลพม่าจับติดคุกหลายครั้ง ในฐานะที่เรียกร้องดินแดนคืนจากพม่า คำพูดของท่านเมื่อขึ้นเวทีในงานนี้คำแรก คือ
“หมดเวลาแล้ว คนมอญหมดเวลาที่จะทะเลาะกัน ชิงดีชิงเด่นกันแล้ว มอญจะต้องร่วมมือกันเพื่อก้าวต่อไปสำหรับอนาคตที่ดีงาม”
ด้าน มิน โก ไหน่ อดีตนายกองค์การนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตย 2531 (1888) ซึ่งเป็นคนมอญเคยถูกจับกุมขังหลายปี เรียกร้องให้คนมอญรวมตัวกันเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์มอญเอง ซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมในประเทศพม่า พร้อมกับพัฒนาให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก
หลังการปฏิรูปประเทศเปิดกว้างทางการเมือง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเจรจาสันติภาพกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พม่ากลายเป็นพื้นที่น่าลงทุนที่ถูกสายตาทั้งโลกจับจ้อง
รัฐมอญและคนมอญนั้นใกล้ชิดกับสังคมไทยอย่างยิ่ง เพียงแต่ที่ผ่านมาเราอาจสนใจมองพื้นที่และผู้คนที่นี่น้อยเกินไป







