posttoday
ปปช.รื้อทีโออาร์รถเอ็นจีวี

ปปช.รื้อทีโออาร์รถเอ็นจีวี

21 ตุลาคม 2556

แนะแจกแจงต้นทุนราคากลางให้ชัดเจนส่งผลศึกษาถึง‘ชัชชาติ’สัปดาห์นี้

แนะแจกแจงต้นทุนราคากลางให้ชัดเจนส่งผลศึกษาถึง‘ชัชชาติ’สัปดาห์นี้

ป.ป.ช.แนะรื้อทีโออาร์โครงการรถเมล์เอ็นจีวี ขสมก. กำหนดสเปกชัดเจน ประหยัดงบหลักพันล้าน

นายไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ ประธานคณะกรรมการศึกษา เฝ้าระวังโครงการรถเมล์เอ็นจีวี องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า การที่ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแล ขสมก. ออกมาบอกว่า ป.ป.ช.ได้สรุปความเห็นในโครงการจัดซื้อรถเอ็นจีวี ขสมก. จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162.2 ล้านบาท โดยให้กำหนดราคากลางของรถทั้งคัน ไม่ใช่การแยกชิ้นส่วนของรถในแต่ละส่วนมาพิจารณากำหนดราคากลางนั้น ไม่เป็นความจริง ป.ป.ช.ยังไม่เคยมีความเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้ทั้งสิ้น

ขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการศึกษา และเห็นว่าในทีโออาร์ควรแจกแจงโครงสร้างราคาของรถเมล์เอ็นจีวีให้ชัดเจน ทั้งในส่วนของโครงรถ เครื่องยนต์ ภาษี ไม่ใช่บอกแค่ราคากลางโดยไม่มีที่มาที่ไป การกำหนดทีโออาร์ของ ขสมก.ที่ดำเนินการรับฟังความเห็นนี้เป็นไปอย่างกว้างๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะได้สินค้าไม่มีคุณภาพ

“ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ราคากลาง หรือราคาตลาด อย่างเช่น รถเมล์ ซึ่งต้องนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศไทย ไม่ได้นำเข้าสำเร็จรูป แบ่งเป็นส่วนของคัสซี เครื่องยนต์ โครงรถ รวมทั้งยังมีต้นทุนค่าแรงและภาษี เพราะฉะนั้นสามารถแจกแจงต้นทุนได้ และนำไปกำหนดราคากลางที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จะได้ราคาที่ยุติธรรมและโปร่งใส” นายไพโรจน์ กล่าว

นอกจากนี้ โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก. ไม่ควรจัดซื้อครั้งเดียว จำนวน 3,183 คัน แต่ควรทยอยจัดซื้อเป็นล็อต แบ่งตามเขต ซึ่งโครงการนี้มี 8 เขต เขตละ 500-600 คัน รวมทั้งต้องกำหนดแผนและงบประมาณซ่อมบำรุงลงไปในทีโออาร์ด้วย เพราะส่วนนี้ถือว่าสำคัญที่ต้องใช้งบประมาณหลักหมื่นล้านบาท จะต้องกำหนดเรื่องแผนซ่อมบำรุงให้ชัดเจน

ขณะเดียวกัน การกำหนดความยาวของรถเมล์ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ 12 เมตรนั้น อาจไม่จำเป็น เพราะหากความยาวตัวรถเหลือ 10 เมตร จะช่วยประหยัดงบประมาณ 20-30% หรือประมาณ 45 แสนบาทต่อคัน ทั้งโครงการจะช่วยประหยัดกว่า 1,000 ล้านบาท และในส่วนเกณฑ์ในการพิจารณาควรปรับสัดส่วนใหม่ เพราะเดิมให้น้ำหนักกับผู้ที่เคยทำธุรกิจด้านนี้ถึง 70% ซึ่งถือว่ามากเกินไป ควรปรับเหลือ 30% เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาร่วมประมูลด้วย

นายไพโรจน์ กล่าวว่า จะนำเสนอผลศึกษาเบื้องต้นนี้ให้กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พิจารณาในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันจะเร่งศึกษาต้นทุนที่แท้จริงของรถเมล์เอ็นจีวีให้ชัดเจน โดยหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งด้านภาษีและค่าแรง เพื่อนำเสนอไปประกอบการพิจารณาออกทีโออาร์อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับความคืบหน้าโครงการนั้น ขสมก.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 5 เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนมากที่สุดในการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อมูลของทุกภาคส่วน ว่าจะมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มหรือไม่ แต่ตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการประกวดราคาได้ในเดือน ม.ค. 2557 โดยบริษัทที่ชนะการประมูลจะต้องส่งมอบรถงวดแรก 250 คัน ให้ ขสมก. ภายในเดือน ส.ค. 2557

ทั้งนี้ การกำหนดราคากลางในการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี จะยืนตามมติที่เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ คือ รถโดยสารธรรมดา หรือรถร้อน ราคา 3.8 ล้านบาทต่อคัน และรถปรับอากาศ 4.5 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ท้วงติงเรื่องราคากลาง ว่าควรมีความชัดเจนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท