
เอกชนขอฟาสต์แทร็กอีไอเอผุดคอนโด
บิ๊กคอนโดจี้ สผ.ขอฟาสต์แทร็กอีไอเอไปยื่นขออนุญาตก่อน หลังโครงการเกิดใหม่จ่อคิวรอขอเพียบ
บิ๊กคอนโดจี้ สผ.ขอฟาสต์แทร็กอีไอเอไปยื่นขออนุญาตก่อน หลังโครงการเกิดใหม่จ่อคิวรอขอเพียบ
นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า กระแสข่าวเรื่องโครงการคอนโดมิเนียมไม่ผ่านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง เพราะเริ่มมีหลายโครงการในช่วงเวลานี้ที่ไม่ผ่านอีไอเอ รวมถึงโครงการอีกจำนวนมากที่จ่อคิวรอขอ และยังไม่ได้รับการพิจารณา เพราะมีโครงการใหม่เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ระยะเวลาในการยื่นขออีไอเอที่กินเวลานานกว่า 68 เดือน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงอยากเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีฟาสต์แทร็กอีไอเอในลักษณะให้วิศวกรสิ่งแวดล้อม (วุฒิวิศวกร) เซ็นรับรองแล้วสามารถนำไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารได้ก่อน ในระหว่างที่รายงานอีไอเออยู่ในขั้นตอนพิจารณาของ สผ. เพื่อลดระยะเวลาการยื่นขออีไอเอลง ซึ่งลักษณะนี้จะคล้ายกับการขออนุญาตก่อสร้างแบบมาตรา 39 ทวิ มีลักษณะแจ้งให้ทราบ และก่อสร้างได้ทันที ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตใบจริง
นอกจากนี้ สผ.ควรมีเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนให้ผู้ประกอบการดำเนินการ มากกว่าใช้วิธีพิจารณาตามดุลพินิจเป็นรายโครงการ เช่น มีการระบุว่า อาคารขนาดเท่าไร ควรมีบ่อหน่วงน้ำเท่าไร ที่จอดรถเท่าไร มีพื้นที่สีเขียวเท่าไร และพื้นที่สีเขียวนับเฉพาะพื้นที่นอกอาคาร ในอาคารไม่นับ เป็นต้น
ด้านนายเนรมิต สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ กล่าวว่า ทางออกของเรื่องอีไอเอในเวลานี้ควรให้วิธีการขออีไอเอดำเนินการคล้ายกับกฎหมายก่อสร้าง มาตรา 39 ทวิ และควรให้ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมกันเอง หากมีรายใดทำผิดข้อกฎหมายก็ให้ขึ้นบัญชีดำไปเลย
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า นอกจากปัญหาเรื่องผ่านหรือไม่ผ่าน ยังมีประเด็นการอนุมัติอีไอเอที่ล่าช้า ซึ่งเป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ สผ.มีงานล้นมือไม่น้อยกว่า 300400 โครงการทั่วประเทศ แต่คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) มีเพียงชุดเดียว แต่ต้องมารับผิดชอบพิจารณารายงานอีไอเอเกือบทั่วประเทศ สผ.ควรกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอีไอเอ
ดังนั้น จากภาวะการแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมที่ดุเดือดมาก ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกเปิดขายโครงการก่อนผ่านอีไอเอ เช่น โครงการโนเบิล รีโว สีลม ที่เดิมจะรอให้ผ่านก่อน แต่เมื่อมีโครงการของค่ายเคพีเอ็นเปิดขายในพื้นที่ใกล้เคียงกัน กลุ่มโนเบิลจึงต้องเข็นโครงการดังกล่าวออกมาขายทันที เช่นเดียวกับค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ปกติแล้วมีนโยบายเปิดขายคอนโดมิเนียมที่ผ่านอีไอเอแล้วเท่านั้น แต่ล่าสุดต้องนำโครงการเดอะ คีย์ วุฒากาศ 2 มาเปิดขายก่อนที่จะผ่านอีไอเอ เพราะย่านดังกล่าวมีโครงการคู่แข่งเปิดตัวแล้วไม่ต่ำกว่า 4,000 หน่วย







