
ปี’57กลุ่มอาหารวืดจำนำข้าวฉุดส่งออก
หวั่นโครงการจำนำข้าวฉุดส่งออกกลุ่มอาหารปีหน้าร่วงต่อ ไม่ถึงฝัน 1 ล้านล้านบาทอีก หลังปีนี้เจอหลากปัจจัยทั้งข้าว กุ้งตายด่วนเศรษฐกิจโลกอืด
หวั่นโครงการจำนำข้าวฉุดส่งออกกลุ่มอาหารปีหน้าร่วงต่อ ไม่ถึงฝัน 1 ล้านล้านบาทอีก หลังปีนี้เจอหลากปัจจัยทั้งข้าว กุ้งตายด่วนเศรษฐกิจโลกอืด
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2557 คาดว่ามูลค่าการส่งออกในอุตสาหกรรมอาหารโดยรวมจะยังไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกับปีนี้ที่ไปไม่ถึงเป้าหมายดังกล่าว โดยคาดว่าน่าจะส่งออกได้ 9.8 แสนล้านบาท จากแรงกดดันทั้งปัญหากุ้งตายด่วนและการส่งออกข้าวที่ลดลงอย่างมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากข้าวในประเทศเข้าไปสู่โครงการรับจำนำข้าวเกือบหมดและไม่ทราบตัวเลขการขายข้าวออกของรัฐบาลที่แน่ชัด
“ปกติการส่งออกกุ้งไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท แต่ปีนี้เหลือไม่ถึง 1 แสนล้านบาท แต่คาดว่าสถานการณ์ปีหน้าจะดีขึ้น แต่ปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าวคงจะยังเป็นแรงกดดันให้การส่งออกอาหารปีหน้าไปไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท” นายวิศิษฎ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การส่งออกกลุ่มอาหารในปี 2557 น่าจะเริ่มขยายตัวได้ดีขึ้นเทียบกับปีนี้ เนื่องจากปัญหาใหญ่ๆ ได้เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปัญหาโรคตายด่วนหรืออีเอ็มเอสในกุ้งที่ผู้เลี้ยงกุ้งเริ่มแก้ไขปัญหาได้และกลับมาเลี้ยงกุ้งได้อีกครั้ง ทำให้ปริมาณการส่งออกค่อยๆ เพิ่มขึ้นได้ โดยมีความต้องการในต่างประเทศรออยู่อีกมาก
นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า แต่หากไม่มองปัจจัยภายใน ขณะนี้ปัจจัยต่างประเทศถือว่ามีทิศทางที่เป็นบวกต่อการส่งออกอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศหลักๆ เช่น สหรัฐที่เพิ่งผ่านวิกฤตเพดานหนี้มาได้ จากข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐานของสหรัฐ แสดงถึงว่ามีความมั่นคงขึ้นและเป็นสัญญาณที่ดี เพราะสหรัฐถือเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของโลก
ขณะที่ฝั่งยุโรปก็นำเข้าอาหารจากไทยมากเช่นกัน ถือว่าเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และแม้ว่าแนวโน้มการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยอียู จะล่าช้าออกไป ไม่ทันสิทธิพิเศษทางศุลกากร (จีเอสพี) ที่อียูให้ไทยจะสิ้นสุดเร็วๆ นี้ แต่ทางการไทยได้เดินหน้าเจรจาเอฟทีเอแบบทวิภาคีกับบางประเทศ จะช่วยให้การส่งออกไทยไปยุโรปยังขยายตัวได้
สำหรับประเทศญี่ปุ่นภาวะเศรษฐกิจตลอดจนกำลังซื้อก็มีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะดีเพราะตอนนี้ญี่ปุ่นเริ่มเปิดให้มีการนำเข้าไก่จากประเทศไทยได้มากขึ้นแล้ว หลังจากใช้เวลาในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ดูเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อไข้หวัดนก
ทั้งนี้ ก่อนเกิดปัญหาโรคตายด่วน กุ้งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนสูงสุดในกลุ่มอาหาร คือ ประมาณ 2 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับข้าว น้ำตาลทราย ไก่ และสับปะรด มูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาท ส่วนผักผลไม้อื่นๆ รวมแล้วอยู่ในหลักหมื่นล้าน ส่วนซอสและเครื่องปรุง มูลค่า 45 หมื่นล้านบาท “สินค้ากลุ่มอาหารมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ก็ยังมั่นใจทั้งหมดไม่ได้ เพราะยังต้องติดตามปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ที่มีผลต่อผลผลิต ตลอดจนความต้องการในตลาด” นายวิศิษฎ์ กล่าว







